"กัมมัฏฐาน" พบความสุข

9 เม.ย. 2557 18:00 น. | เปิดอ่าน 754 | ความคิดเห็น 0

 

- ชีวิตผู้คนทุกวันนี้มีแต่การแข่งขัน "แย่งกันกิน-แย่งกันใช้" พบเจอะกับปัญหาต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ส่งผลให้สภาพจิตใจเกิดการว้าวุ่นยุ่งเหยิง หนึ่งช่องทางที่พอจะช่วยได้ก็คือ "การทำกัมมัฏฐาน" ซึ่งเป็นอุบายวิธีในพระพุทธศาสนา เพื่อให้จิตใจได้ทำงาน คือ ได้รับการฝึกจนสามารถ อยู่กับอารมณ์เดียวได้

 

- อันร่างกายของคนเราจะแข็งแรงมีสุขภาพดีได้ เพราะเจ้าของออกกำลังกาย รู้จักรักษาสุขภาพ ข้อนี้ฉันใด จิตใจของคนเราก็ฉันนั้นเหมือนกัน จะมีสุขภาพสมบูรณ์ได้ กล่าวคือ สงบเป็นสมาธิ บริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ปราศจากอุปกิเลส ก็เพราะเจ้าของได้ฝึกฝนอบรมด้วยวิธีการอันถูกต้อง

 

- ด้วยเหตุนี้ จึงต้องมีอุบายวิธีที่เรียกว่า "กัมมัฏฐาน" สำหรับนำมาใช้ในการสร้างความสงบให้แก่จิต เมื่อจิตสงบ ก็จะพบความสุขที่เยือกเย็น

 


 

- "กัมมัฏฐาน" เป็นคำบาลีในคัมภีร์ชั้นอรรถกถา ซึ่งเป็นคำอธิบายขยายความ หรือใช้แทนคำว่า "ภาวนา" ในพระไตรปิฎก ดังนั้น ท่านจึงจำแนกประเภทของกัมมัฏฐาน เป็น 2 ประเภทตามวิธีภาวนา คือ

1. สมถกัมมัฏฐาน กระบวนการฝึกจิตให้เป็นสมาธิ

2. วิปัสสนากัมมัฏฐาน กระบวนการฝึกจิตให้เกิดปัญญา

 

- สมถกัมมัฏฐาน ได้แก่ การฝึกจิตให้เป็นสมาธิสูงขึ้นไปโดยลำดับจนถึงขั้นฌานที่สามารถข่มกิเลสได้ การฝึกอบรมจิตใจให้เจริญงอกงามด้วยคุณธรรม มีความเข้มแข็งมั่นคง เบิกบาน สงบสุข ผ่องใส พร้อมด้วยความเพียร สติ และสมาธิ

 

- วิปัสสนากัมมัฏฐาน ได้แก่ การเจริญจิตอบรมปัญญาโดยพิจารณานามรูปให้เห็นตามความเป็นจริงที่สามารถตัดกิเลสดับทุกข์ได้สิ้นเชิง เป็นกระบวนการฝึกอบรมปัญญาให้รู้เท่าทันเข้าใจสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริงหรือตามที่มันเป็น จนมีจิตใจเป็นอิสระ ไม่ถูกครอบงำด้วยกิเลสและความทุกข์

 

- การจัดกัมมัฏฐานเป็น 2 ประเภทนี้ จัดตามความมุ่งหมายของการฝึก คือ ถ้ามุ่งฝึกอบรมจิตให้ตั้งมั่นเพื่อได้คุณวิเศษคือ ฌานสมาบัติ เรียกว่า สมถกัมมัฏฐาน

 

- ถ้ามุ่งฝึกจิตให้เกิดปัญญาพิจารณารู้เท่าทันสภาวะที่เป็นจริงของสังขารเพื่อตัดกิเลสและดับทุกข์ เรียกว่า วิปัสสนากัมมัฏฐาน 

 

- ดังนั้น สมถกัมมัฏฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐาน จึงมีทั้งความเหมือนและความแตกต่างกัน โดยเหมือนกันตรงที่เป็นกัมมัฏ ฐานหรือกระบวนการฝึกอบรมจิตด้วยกัน และมีความแตกต่างกัน ตรงที่ความมุ่งหมายของการฝึกปฏิบัติ กล่าวคือ สมถะ มุ่งฝึกจิตเพื่อให้เกิดความสงบ วิปัสสนา มุ่งฝึกจิตเพื่อให้เกิดปัญญาเห็นจริง

 

- สมถะเป็นบาทฐาน คือ สมาธิจิตที่เป็นพื้นฐานให้ผู้ปฏิบัติสามารถพัฒนาจิตให้เกิดวิปัสสนาปัญญารู้แจ้งเห็นจริงในสรรพสิ่งยกขึ้นสู่ไตรลักษณ์ได้อย่างเร็วพลัน จึงเป็นเหตุปัจจัยเกื้อหนุนกัน

 


 

- ในการนี้ สมาธิ กับ วิปัสสนา จึงต้องคู่กัน โดยสมถะเป็นเหตุปัจจัยเกื้อหนุนให้เกิดวิปัสสนา วิปัสสนาที่เกิดขึ้นได้เร็วเป็นผลพวงมาจากสมถะ ดังนั้น สมถะกับวิปัสสนาจึงต่างอาศัยกันและกัน นับเป็นความเหมือนที่แตกต่าง

 

 

 

 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป