"โยนิโสมนสิการ"

6 มิ.ย. 2557 15:16 น. | เปิดอ่าน 748 | ความคิดเห็น 0


“โยนิโสมนสิการ” เป็นวิธีการคิดที่มีประโยชน์สามารถนำไปใช้ในการคิดวางแผนในการทำวิจัย  ทำงาน แก้ไขปัญหา ช่วยในการตัดสินใจ วิเคราะห์ ติดตามผลการทำงาน จึงได้สรุปเรียบเรียงนำเสนอในที่นี้  คำว่า “โยนิโสมนสิการ” ประกอบด้วยคำสองคำ คือ

  • "โยนิโส" มาจาก "โยนิ" แปลว่า เหตุ ต้นเค้าแหล่งเกิดปัญญา อุบาย  วิถีทาง
  • "มนสิการ" แปลว่า การนำในใจ การคิดคำนึง นึกถึง ใส่ใจ 

 

พิจารณาเมื่อรวมกันมีความหมายว่า การนึกในใจโดยแยบคาย หรือ การคิดแบบแยบคาย ซึ่งหมายถึงแนวการคิด 4 ประการ คือ

1. "อุบายมนสิการ" คือ การคิดโดยใช้วิธีการต่าง ๆ ที่ถูกต้องเพื่อให้ได้ความจริง 

2. "ปถมนสิการ" คือ การคิดอย่างมีระเบียบเป็นขั้นตอน ตามลำดับเหตุและผล  ไม่ทำให้ยุ่งสับสน

3. "การณมนสิการ" คือ การคิดโดยการค้นหาสาเหตุและผล  หาความสัมพันธ์ของเหตุและผลที่เป็นผลต่อเนื่องแบบลูกโซ่

4. "อุปปาทกมนสิการ" คือ การคิดแบบกำหนดเป้าหมาย กำหนดผลล่วงหน้าเพื่อเป็นกำลังใจให้ตนเองทำงานสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 

 

 

"โยนิโสมนสิการ" หรือ การคิดแบบแยบคาย นี้มีวิธีคิดแยกย่อยออกเป็น 10 วิธี คือ

1. วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย (หรือคิดแบบสืบสวน) 

- วิธีคิดแบบนี้คือ การคิดแบบหาสาเหตุที่ทำให้เกิดผลหรือเกิดเหตุการณ์  ว่ามีอะไรเป็นปัจจัยทำให้เกิดและมีความสัมพันธ์กันอย่างไร เหมือนกับตำรวจหาสาเหตุที่เกิดเหตุร้าย  หรือนักวิจัยหาสาเหตุต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดน้ำท่วม

 

2. วิธีคิดแบบแยกแยะส่วนประกอบ (หรือการคิดเชิงวิเคราะห์)  

- วิธีนี้เป็นการคิดแยกสิ่งต่าง ๆ ออกเป็นส่วน ๆ เช่น การวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กร  ก็แยกออกเป็นฝ่ายบุคคล ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายปฏิบัติการ ฝ่ายการเงิน เป็นต้น แล้ววิเคราะห์ทีละฝ่าย  โดยใช้วิธีคิดแบบอื่นมาร่วมใช้ด้วย เช่น วิธีที่หนึ่งและวิธีที่สี่ เป็นต้น

 

3. วิธีคิดแบบสามัญลักษณ์ (หรือแบบรู้เท่าทันธรรมดา) 

- ผู้ที่สามารถใช้วิธีคิดแบบนี้ได้ต้องเป็นผู้รู้หรือมีประสบการณ์ในเรื่องนั้น ๆ  มาก่อน รู้ว่าอะไรจริง อะไรเท็จ รู้ว่าเป็นธรรมดา รู้ว่ามันเป็นเช่นนั้นเอง ที่ปรากฏการณ์นั้น ๆ  เกิดขึ้น มีสาเหตุจากอะไร ทำให้เกิดผลอย่างไร จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่รู้แล้ว ผู้ที่ใช้วิธีคิดแบบนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นผู้ชำนาญการหรือเชี่ยวชาญได้  สามารถเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้อื่น ๆ ได้

 

4. วิธีคิดแบบอริยสัจ (หรือกระบวนการแก้ปัญหา) 

- โดยการวิเคราะห์ปัญหา 

  • (ทุกข์) หาสาเหตุของปัญหา 
  • (สมุทัย) กำหนดวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายในการแก้ปัญหา
  • (นิโรธ) และกำหนดวิธีการแก้ปัญหา
  • (มรรค) โดยคิดแบบเป็นคู่ 

- คือ วิเคราะห์หาปัญหาและสาเหตุพร้อมกัน  เมื่อได้ปัญหาและสาเหตุแล้วนำปัญหาที่ได้มากำหนดเป้าหมายและนำสาเหตุมากำหนดเป็นแผนงาน  โครงการ และกิจกรรมเพื่อแก้ปัญหาจนบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

 

5. วิธีคิดแบบอรรถธรรมสัมพันธ์ (หรือคิดตามหลักการและความมุ่งหมาย) 

  • ธรรม แปลว่า หลักการ หลักความดีงาม หลักปฏิบัติที่ดี 
  • อรรถ แปลว่า ความมุ่งหมาย วัตถุประสงค์ ประโยชน์ที่ต้องการ 

- วิธีคิดแบบนี้เป็นการคิดให้สอดคล้องสัมพันธ์กันระหว่างหลักการที่ดี และวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องทำให้เกิดประโยชน์ที่ต้องการ

 

6. วิธีคิดแบบเห็นคุณโทษและทางออก (หรือ ข้อดี ข้อเสียและทางเลือก) 

- วิธีนี้ใช้ร่วมกับวิธีอื่นด้วย เป็นการแยกแยะสิ่งที่มีอยู่ตามปกติมองให้เห็น ข้อดี ข้อเสีย สิ่งที่ดี สิ่งที่ไม่ดี  สิ่งที่เป็นคุณ สิ่งที่เป็นโทษ และเลือกทำ  เลือกปฏิบัติแต่สิ่งดี สิ่งที่เป็นคุณ และหลีกเลี่ยงสิ่งไม่ดี สิ่งที่เป็นโทษ  จากสิ่งที่มีอยู่ เห็นอยู่

 

7. วิธีคิดแบบคุณค่าแท้ และ คุณค่าเทียม 

- เป็นวิธีคิดจำแนกแยกออกระหว่างสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงและจำเป็นต้องมี  ต้องใช้หรือต้องทำงานตามบทบาทหน้าที่ ซึ่งถือว่ามีคุณค่าแท้ ซึ่งแตกต่างจากคุณค่าเทียม เช่น แสวงหาสิ่งที่ไม่มีประโยชน์โดยตรงหรือมีแล้วก็ไม่ได้แก้ปัญหาให้อย่างยั่งยืน  หรือการไม่ทำงานตามหน้าที่แต่ไปทำงานนอกหน้าที่ที่ไม่จำเป็นเพื่อให้คนยอมรับ

 

8. วิธีคิดแบบปลุกเร้าคุณธรรม 

- คือ การคิดถึงวิธีที่จะนำเอาประสบการณ์ ความรู้ มาดัดแปลงปรับปรุงให้ดีขึ้นเพื่อเป็นตัวอย่างหรือแบบอย่างที่ดี เป็นประโยชน์ต่อบุคคล  สิ่งแวดล้อม

 

9. วิธีคิดแบบเป็นอยู่ปัจจุบัน 

- คือ วิธีคิดโดยการมีสติอยู่กับปัจจุบัน โดยการเอาผลจากอดีตมาแก้ไข หรือปรับปรุงโดยไม่ไปคำนึงแต่เรื่องในอดีต และมีสติในการคิดแก้ไขหรือปรับปรุงในเวลาปัจจุบัน  โดยรู้ว่าการกระทำในปัจจุบันจะทำให้เกิดผลในอนาคตอย่างไร แต่ไม่ใช่เพ้อเหม่อลอยถึงอนาคตตลอดเวลา

 

10. วิธีคิดแบบวิภัชชวาท

- เป็นวิธีคิดประกอบกับการใช้คำพูดหรือการพูด  โดยสรุปแล้วคล้ายกับนำวิธีคิดที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมานำเสนอให้ได้รู้ตามที่ได้คิดจำแนก  แยกแยะ คิดเป็นเหตุและผล  คิดตามลำดับขั้นตอน คิดเป็นประเด็น

 

 

- วิธีคิดทั้ง 10 ประการวิธีนี้ สามารถใช้ร่วมกันได้ และจะช่วยให้มีความถูกต้องในการคิดมากขึ้น

 

 

 


 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป