ชีวิตมีความสุข

14 ก.ค. 2557 15:59 น. | เปิดอ่าน 629 | ความคิดเห็น 0

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมโม

 

- ชีวิตใหม่มีความสุข ก็ขอให้ท่านทั้งหลายเจริญสุข คือ สร้างบุญกุศลไว้ให้มาก บุญนั้นไม่ต้องใช้สตางค์ ก็ขอฝากไว้ คือ ความเจริญก้าวหน้าของชีวิต คิดสิ่งใด ทำสิ่งใด ก็อยากให้สำเร็จตามปรารถนาด้วยกันทุกคน เป็นปีแห่งความสดชื่นเบิกบานใจกับดอกไม้แย้มผลิ มีสีสันสดสวยตระการตาแก่ผู้พบเห็นทั่วไป ความสดสวยของชีวิตจะต้องเกิดขึ้น ตามระบบและครรลองที่ถูกต้อง ซึ่งจะต้องมี "แผนการในการสร้างชีวิต แผนการในการสร้างอนาคตดำเนินให้ต่อเนื่อง" 

 

ด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่และมั่นคง เพื่อจะนำนาวาของชีวิต ให้บรรลุเป้าหมายให้จงได้ดังที่ตั้งปณิธานไว้ การที่เราจะมีชื่อเสียงและเกียรติยศ  มีทรัพย์สินเงินทอง มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ 
หรือทำให้เกิดความสุขนั้นอยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น 

 

- เราเป็นผู้สร้างสรรค์และเป็นผู้ที่จะกระทำให้เกิดขึ้น ถ้าทำให้เกิดความสุขมาก หรือทำให้เกิดน้อยก็เป็นของเรา หรือถ้าไม่ทำก็ไม่มีสุข สุขนั้นจะทำให้เกิดขึ้น จึงจะเป็นสุขได้ ฉันใดก็ดี หากต้องการมีความสุขในปีต่อไป หรือในอนาคต ก็ต้องทำดังต่อไปนี้ 

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสว่า 
ความสุขของคฤหัสถ์ จะเกิดขึ้นได้ 4 ประการ

 

1. ค ว า ม สุ ข เ กิ ด จ า ก ก า ร มี ท รั พ ย์ 

- เมื่อคนเรามีความขยันหมั่นเพียร มีความตั้งใจที่จะทำงานให้เกิดความเจริญก้าวหน้า และมีผลงานในการปฏิบัติหน้าที่ของตน ก็จะทำให้มีหน้าที่การงานและรายได้สูงขึ้น มีทรัพย์สินเงินทองสะสมไว้เป็นประโยชน์ต่อชีวิต เพื่อวันข้างหน้าต่อไปเถิดท่านจะประเสริฐที่สุด 

 

2. ค ว า ม สุ ข จ า ก ก า ร ใ ช้ ท รั พ ย์ 

- เงินทองนั้นไม่ได้หามาได้ง่ายเลย หามาด้วยความเหนื่อยยากด้วยกันทุกคน จะเกิดความภูมิใจอิ่มเอิบว่า ตนได้ใช้ทรัพย์ที่ได้มาด้วยความชอบธรรมนั้น นำไปใช้ทำประโยชน์ ทำกุศลผลบุญต่าง ๆ และนำไปซื้อของใช้ที่จำเป็นต่อชีวิต หรือสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัยให้เป็นหลักฐานที่มั่นคง แก่ชีวิตยิ่งขึ้นต่อไปเถิด 

 

3. ค ว า ม สุ ข จ า ก ก า ร ไ ม่ เ ป็ น ห นี้ 

- การที่เราหาทรัพย์สิน หามาด้วยความเหนื่อยยากลำบาก จะต้องระมัดระวังรักษาทรัพย์มิให้สูญหายไป จะกระทำสิ่งใดก็ต้องรู้จักแบ่งทรัพย์ให้ถูกต้อง เป็น 4 ประการ คือ 

  • เพื่อตนเองและครอบครัว
  • เพื่อทำบุญทำกุศลและส่วนรวมหนึ่ง 
  • เพื่อธุรกิจการงาน สองส่วน 
  • เพื่อสะสมไว้เป็นทุนสำหรับชีวิตในอนาคตอีกหนึ่งส่วน 

ฉะนั้น เมื่อจะนำเงินนั้นมาลงทุนหรือดำเนินกิจการใด ๆ ก็ต้องคำนึงถึงหลัก 4 ประการนี้ ถึงแม้ว่าจะเพลี่ยงพล้ำก็ไม่เกิดเป็นทุกข์ การที่ทำธุรกิจเกินตัวหรือการใช้จ่ายเกินตัว จะทำให้เกิดเป็นหนี้ขึ้นการเป็นหนี้นั้น นอกจากจะทำให้ชีวิตตัวเองไม่มีความสุขแล้ว ยังทำให้ครอบครัวไม่มีความสุขด้วย 

 

4. ค ว า ม สุ ข เ กิ ด จ า ก ค ว า ม ป ร ะ พ ฤ ติ ไ ม่ มี โทษ 

- ถ้าเรามีความประพฤติสุจริตไม่บกพร่องเสียหาย ทำมาหากินในทางสุจริต ใคร ๆ ติเตียนไม่ได้ ทั้งทางกาย วาจา และทางใจ เราก็เกิดความสุขความภาคภูมิใจ ผู้ที่มีความประสงค์จะมีความสุขยิ่ง ๆ ขึ้น พระพุทธองค์ ตรัสว่า... ความสงบเป็นเป็น สุขอย่างยิ่ง คนที่มีจิตใจสงบ ไม่วุ่นวายกับสิ่งใด ๆ มีความตั้งใจและสมาธิแน่วแน่ดีในพระกรรมฐาน จะทำแต่สิ่งที่ดี ๆ ทั้งนั้น และมีความตั้งใจ ที่จะทำงานของตนให้ดียิ่งขึ้น ไม่ทำความชั่ว ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ทำร้ายผู้อื่น และไม่อยากได้ของผู้อื่น เลี้ยงชีวิตโดยชอบ ก็จะทำให้ชีวิตนั้นมีความสุขและความสงบเกิดขึ้น 

 

 

 

- ส่วนผู้ที่ปฏิบัติธรรมกรรมฐาน สติปัญญาก็จะเกิดขึ้นจากความสงบนั้น และบรรลุถึงการปฏิบัติธรรมในที่สุด อย่างที่มาเจริญกรรมฐานด้วยความถูกต้อง ความสุขใดเสมอด้วยความสงบไม่มีแล้ว ท่านทั้งหลาย สิ่งใด ๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นตามธรรมชาตินั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามปกติ บุคคลที่มีจิตใจเป็นปกติย่อมมีความสุขและความสงบ มีความเจริญก้าวหน้าของชีวิต 

 

- ส่วนผู้ที่มีจิตใจที่ผิดปกติ ก็จะเกิดโทษทุกข์ทรมาน และเกิดความเดือดร้อนต่อตัวเองและผู้อื่นนานัปการ ความปกติจึงทำให้คนพบกับความสันติสุขและไม่มีโทษ 

 

- ความเป็นปกตินี้ พระพุทธศาสนาบัญญัติว่า เป็น ศีล  ที่โยมนั่งกรรมฐาน ถือศีลก็คือความเป็นปกตินั่นเอง บางท่านที่ไม่รู้จักคำว่า  ศีล  อีกนัยหนึ่งไม่รู้จักคำว่า ศีลคืออะไร เลยสิ้นกำลังใจที่จะรักษาศีล แต่ความจริงแล้ว  ศีล แปลว่า ปกติ 

 

 

 


 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป