สัมมาทิฏฐิ พาชาติพ้นภัย

22 ส.ค. 2557 10:40 น. | เปิดอ่าน 829 | ความคิดเห็น 0

พระราชสังวรญาณ (พุธ ฐานิโย)

 

มิจฉาทิฏฐิ พาชาติวิบัติ 

- มายุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (ตามไม่ทัน) เราไปรับเอาวัฒนธรรมของโลก ของประเทศต่าง ๆ มากลบเกลื่อนวัฒนธรรมอันดีงามของเรา บางทีเราก็ลืมของดีของเราไป ไปนิยมชมชอบของต่างชาติ เอาวัฒนธรรมของชาวต่างชาติมา เมื่อจิตใจของเราหันไปชมชอบวัฒนธรรมของเขา มันก็เอียงไปนิยมชมชอบเครื่องอุปโภคบริโภคของเขา 

 

นี่มิจฉาทิฏฐิกำลังเกิดขึ้นแล้ว 

- เพราะอาศัยความเข้าใจผิดเห็นผิดว่าของเรานี่มันเก่าโบราณคร่ำครึ สู้ของต่างชาติไม่ได้ ไปเอาของต่างชาติมา เราไปนิยมของเขาเราก็สั่งซื้อของเขาเข้ามาทีละหลาย ๆ แสนล้าน เงินทองมันก็รั่วไหลออกไปต่างประเทศ ซื้อเข้ามาเท่าไรก็ไม่พอ เมื่อเงินทองมันไหลออกนอกประเทศ เงินคงคลังมันก็น้อยลงจนอาจหมดเกลี้ยง เมื่อมันหมดแล้วเราก็ต้องกู้เงินเขามาลงทุนอีก มันเกิดจาก มิจฉาทิฏฐิ ที่เราหลงไปนิยมชมชอบของเขา ไปทิ้งของดีของเรา ด้วยประการฉะนี้ ประชาชนพลเมืองของไทยเรา จึงตกเป็นลูกหนี้ของต่างประเทศทั้งประเทศ 

 

 

สัมมาทิฏฐิ พาชาติพ้นภัย 

 

เราเป็นลูกไทย หลานไทย ลูกไทยหลานไทยย่อมมี วัฒนธรรม และ ศีลธรรม ประจำชาติของตนเอง คือ ศาสนา 

 

ศาสนา คือ คำสอนของพระศาสดา คือ พระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าสอนให้เรามีความสำนึกผิดชอบชั่วดี สอนให้เรารู้จักความเป็นไทยของตนเอง สอนให้รู้จักดำรงรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรม และ ขนบประเพณีอันดีของไทย ถ้าตราบใดที่เรายังนิยมชมชอบวัฒนธรรม และ ขนบธรรมเนียมอันดีของไทย เราก็เป็นลูกหลานไทยโดยสมบูรณ์ 

 

พยายามสร้างความรู้สึกที่เป็น สัมมาทิฏฐิ ขึ้นในจิตในใจ เมืองไทยเรามี วัฒนธรรม ศีลธรรม อันดีงามมาตั้งแต่เก่าแก่โบราณ ถ้าหากว่าเราหันไปนิยมชมชอบวัฒนธรรมขนบประเพณีของชาวต่างประเทศ จิตใจของเราเขวไปข้าง มิจฉาทิฏฐิ ไปทอดทิ้งของดีที่มีประจำบ้านประจำเมืองของเรา ถ้ามีความรู้สึกดูหมิ่นวัฒนธรรมของตน หันไปนิยมชมชอบเครื่องอุปโภคบริโภคของชาวต่างประเทศ 

 

เป็น มิจฉาทิฏฐิ เป็น มิจฉาอาชีวะ คือ เลี้ยงชีวิตผิดหลัก ทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองไทยเรามีพร้อม เกษตรกรรมประจำครอบครัว อุตสาหกรรมประจำครอบครัว เรามาปลูกความนิยมชมชอบซึ่งสิ่งที่เราผลิตขึ้นได้ในบ้านในเมืองของเรา คนไทยใช้ของไทย รับประทานของไทย เราจะอยู่รอด 

 

ทุกข์ เพราะฝืนกฎธรรมชาติ 

- คำสอนของพระพุทธองค์ ในส่วนที่เป็น สภาวธรรม หรือ ธรรมะที่เป็นเครื่องรู้ของจิต เครื่องระลึกของสติของพระพุทธองค์ หมายถึงอะไรบ้าง 

  • หมายถึง กาย กับ ใจ ของเรา สถานการณ์และสิ่งแวดล้อมที่เราสัมผัสรู้ด้วย ตา หู จมูก ลิ้น กาย หรือ ใจ จะเป็นอะไรก็ได้ทั้งสิ่งที่เป็นไปโดย คดีโลก และ คดีธรรม  รวมแล้วว่าสิ่งใดที่เราสามารถรู้ได้ด้วยจิตด้วยใจ สิ่งนั้นแหละเป็น สภาวธรรม สิ่งที่มาสัมผัส ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ คือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เป็น สภาวธรรม เป็นธรรมสิ่งรู้ของจิต สิ่งระลึกของสติของพระพุทธเจ้าและของพุทธสาวกผู้ปฏิบัติธรรม หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ในจักรวาลนี้ ตั้งแต่ อณู ปรมาณู จนกระทั่งมวลสารที่เกาะกลุ่มกันเป็นก้อนใหญ่โต 
  • กฎธรรมชาติตายตัวอยู่ 3 อย่าง ได้แก่ 
    • อนิจจัง คือ ไม่เที่ยง
    • ทุกขัง คือ ทนอยู่ตลอดกาลไม่ได้
    • อนัตตา คือ ไม่เป็นตัวของตัวเอง
  • ตามกฎธรรมชาติที่จะต้องเป็นไปอย่างนั้น แม้แต่ร่างกายของเราเกิดมาแล้วก็ต้อง แก่ เจ็บ ตาย สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เป็นกฎของธรรมชาติทั้งนั้น สภาวะทั้งหลายมัน เกิดขึ้น แล้วก็ ทรงอยู่ ดับไป ความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายเหล่านั้น เรียกว่า อนิจจัง คือ ความไม่เที่ยง ในปัจจุบันนี้มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงที่สุดซึ่งกระทบกระเทือนต่อความรู้สึกของชาวบ้าน ชาวเมืองของเรา อันนี้ก็คือ ความเปลี่ยนแปลง ซึ่งอยู่ใน กฎพระไตรลักษณ์ 


"ทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นไปตาม กฎธรรมชาติ  แล้วทำไมหนอ มนุษย์เราจึงต้อง ไปทุกข์ ไปเดือดร้อน ที่เราต้องทุกข์ต้องเดือดร้อน เพราะเราไปสำคัญผิด สำคัญผิดในชื่อของเราเอง"

 

- ที่มันไปทุกข์ไปร้อนกับสิ่งเหล่านี้ ก็เพราะว่า... มนุษย์เรานี่มันภูมิใจในชื่อของตัวเอง ดันทุรังไปแปลชื่อของตัวเองว่า มนุษย์ แปลว่า ผู้มีใจสูง ในเมื่อสำคัญว่าตัวมีใจสูง ตัวเองก็ทนงตัวว่าเรามีอำนาจบาตรใหญ่ เที่ยวไปเอาอำนาจตัวเองไปเบ่งทับสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ เช่น จะไปบังคับความแก่ไม่ให้แก่ บังคับความเจ็บไม่ให้เจ็บ บังคับความตายไม่ให้ตาย บังคับไม่ให้เงินบาทมันลอยตัว

 

- ในเมื่อสิ่งนั้นมันขัดใจเรา เราเกิดความไม่พอใจเราก็เป็นทุกข์ ทุกข์ตัวนั้น - ทุกข์ตัวนี้ เป็น ทุกข์อริยสัจ ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ทุกข์อริยสัจ หมายถึง ทุกข์ที่เกิดกับจิตโดยส่วนเดียว อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หมายถึง ความเปลี่ยนแปลงของสภาวะที่มีอยู่ในโลกนี้

 

- แต่สิ่งนั้นเปลี่ยนแปลงไปตามกฎธรรมชาตินั่นแหละ บางอย่างมันขัดใจเรา เราก็เกิดทุกข์ เพราะเหตุนั้นเหตุนี้ เช่น บางครอบครัวลูกตายเสีย เมียตายจาก ทรัพย์สมบัติอันตรธานสูญหาย อันนั้นมันก็เป็นไปตามกฎธรรมชาติตาม กฎแห่งกรรม กฎของกรรม ทีนี้เราไม่พอใจ เราก็เกิดทุกข์เพราะ เหตุนั้น-เหตุนี้ ความอันตรธานของสิ่งที่เรามีอยู่นั้นมันเป็นไปตาม กฎธรรมชาติของพระไตรลักษณ์ แต่ว่าเมื่อเราเอาจิตของเราไปสอดแทรก จะไปบังคับขัดขวางไม่ให้เป็นไปอย่างนั้น มันขัดใจเรา เราเกิดโทมนัสน้อยใจ เราเกิดทุกข์ ทุกข์ตัวนี้มันเกิดที่ใจ ทุกข์ใจ เป็นทุกข์อริยสัจที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ และทุกข์ใจตัวนี้มันเกิดมาจากไหน 

  • เกิดมาจาก ความยินดี คือ กามตัณหา 
  • เกิดมาจาก ความยินร้าย คือ วิภวตัณหา 
  • เกิดมาจาก ความยึดมั่น ถือมั่น ว่าเป็นของของเรา คือ ภวตัณหา 
    • เพราะฉะนั้น ทุกข์อริยสัจ นี่ มันจึงมีทุกข์ 

 

- ปัจจุบันนี้ไปที่ไหน ไม่ว่าในชนบท หรือ ในกรุง ไปได้ยินแต่คำว่า ค่าเงินบาทมันขึ้นลง ค่าดอลลาร์มันขึ้นลง มันถึงคราวแล้วญาติโยมทั้งหลาย ที่เราต้องทำจิตทำใจ เราต้องเตรียมตัวเตรียมใจ เคยบริโภคสิ่งของราคาแพง ๆ ก็ลดลงมา มันก็เป็นการลดค่าครองชีพ เพราะฉะนั้น ธรรมะอันเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ได้แก่ สภาวธรรมอันเป็นสิ่งรู้ของจิต สิ่งระลึกของสติ มันตกอยู่ในอำนาจของ พระไตรลักษณ์ 

 

 

 

 


 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป