พระวรธรรมคติ

5 ม.ค. 2558 15:10 น. | เปิดอ่าน 341 | ความคิดเห็น 0

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

 

- ขออนุโมทนา ในความมีวิริยะอุตสหะของท่านทั้งหลาย อันเป็นเหตุนำให้เกิดความรู้ความมีประโยชน์ ในพระพุทธศาสนา สามารถเป็นกำลังเทิดทูนพระพุทธศาสนาให้ปรากฏความรุ่งเรือง สว่างเสมอความเป็นจริงแห่งคุณของพระศาสนาที่สุดประเสริฐในโลก

 

- คือ พระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาที่ผู้รู้จริง รู้ถูกต้องย่อมรู้ชัดว่า มีคุณสมบัติดั่งเพชรแท้ น้ำงามบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซนต์ ไม่มีวัตถุแปลกปลอมใด ไม่มีความสกปรกเศร้าหมองใด จะสามารถแทรกซึมเข้าไปในเนื้อเพชรได้แม้แต่น้อย ได้แต่เพียงห้อมล้อมอยู่ภายนอกเท่านั้น

 

- ดังนั้น ที่มีการกล่าวว่า พระพุทธศาสนาเศร้าหมองแล้ว เสื่อมแล้ว จึงเป็นการกล่าวผิดอย่างสิ้นเชิง พระพุทธศาสนาไม่มีเศร้าหมอง พระพุทธศาสนาไม่มีเสื่อม ผู้แวดล้อมหรือพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ที่ประพฤติผิดศีลธรรมวินัย ขาดเมตตากรุณา เช่นนี้ ที่เป็นผู้สกปรก เศร้าหมองและเสื่อม

 

- คือ เสื่อมจากความดีงามความเจริญรุ่งเรืองความร่มเย็น ผู้ทำความเสื่อมความเศร้าหมอง จึงจะเป็นผู้เสื่อมผู้เศร้าหมอง พระพุทธศาสนาไม่ได้ทำความเสื่อมความเศร้าหมองใด ๆ แม้แต่น้อย พระพุทธศาสนาจึงไม่เสื่อมไม่เศร้าหมองแม้แต่น้อย ขอให้ช่วยกันถือหลักนี้ไว้ 

 

- เมื่อมี ผู้ทำบาปทำกุศล ทำความสกปรกเศร้าหมองผิดศีลผิดธรรมวินัยมีมากมายขึ้นเพียงไร ก็ให้รู้ว่าเขาเหล่านั้นทำตัวเขาเองให้สกปรกเศร้าหมอง มีความน่ารังเกียจ มีความเสื่อมจากสิริมงคลและความเจริญด้วยคุณงามความดีนานาประการ 

 

- ผู้ที่ทำความชั่วร้ายต่าง ๆ มีใจที่สกปรกด้วยอำนาจของกิเลสที่รุนแรง สามารถทำให้โลกนี้วุ่นวายเดือดร้อนได้ ดังที่กำลังเป็นอยู่ในทุกวันนี้ ความเดือดร้อนวุ่นวายน่าสะพึงกลัวที่พากันต้องเผชิญอยู่หนักหนาในขณะนี้ 

 

- มีจิตใจที่สกปรกของผู้คนเป็นเหตุที่แท้จริง ถ้าต้องการให้กลับคืนสู่ความสงบร่มเย็นเป็นสุข ก็ต้องช่วยกันแก้ที่ จิตใจ เริ่มที่จิตใจของตนเองก่อนให้เบาบางจากอำนาจของ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ให้มีความสงบความเย็นเกิดขึ้นในใจตนเองก่อน เพื่อให้เกิดกระแสแห่งความเย็นแผ่กระจายออกไปถึงผู้อื่น ครอบคลุมรอบตนได้ กว้างไกลมากน้อยเพียงไรอยู่ที่ความสงบเย็นแห่งจิตใจตน ถ้าพากันทำจิตใจให้มีความเย็นแผ่ออกไปรอบตัวได้เช่นนี้ มากคนเพียงไร ความเย็นของโลก ความเย็นของบ้านเมืองที่รักของเรา ก็จะมากได้เพียงนั้น นี้เป็นความจริงที่ไม่พึงสงสัย 

 

กิเลสที่ท่วมใจผู้คนเป็นความร้อน ที่มีอำนาจเผาผลาญยิ่งกว่าอำนาจของพระเพลิง เพราะเผาได้ทั้งจิตใจและเผาได้ทั้งชีวิต ทั้งอาคารบ้านเรือนและทั้งประเทศชาติทั้งโลก ทั้งหมดนี้กิเลสเผาได้แน่ และกำลังเผาอยู่อย่างรุนแรงแล้วในขณะนี้ 

 

พระมีหน้าที่ที่ควรภาคภูมิใจที่สุด คือ หน้าที่ช่วยแนะทางดับกิเลสในจิตใจของใคร ๆ ทั้งหลาย ขอให้ทำหน้าที่อันมีเกียรติยิ่งนี้ ให้เต็มปัญญาความสามารถ ความสำคัญที่สุดอยู่ที่ต้องทำกิเลสในใจตนให้มีกำลังอ่อนที่สุด 

 

- เตือนตนไว้เสมอว่า ชีวิตนี้น้อยนัก ชีวิตในภพภูมิข้างหน้ายาวนานนัก นับภพนับชาติไม่ได้จะได้เสวยชาติข้างหน้าที่เป็นสุขดีงาม ถ้ากำลังของกิเลสชาตินี้ไม่รุนแรงร้ายกาจ แต่ถ้ากำลังของกิเลสชาตินี้หนักนักหนา ทั้งโลภ ทั้งโกรธ ทั้งหลง ทำบาปทำกรรมอกุศลได้ต่าง ๆ นานา ภพภูมิข้างหน้าที่มากมายยาวนานย่อมไม่พ้นความทุกข์ความร้อนความทรมานแสนสาหัส 

 

เตือนตนเอง และ ช่วยเตือนเพื่อนร่วมทุกข์ ของเราทั้งหลายว่าอย่า ประมาท อีกไม่นานก็จะต้องทิ้งร่างนี้ไปแล้ว อย่ามุ่งบำรุงบำเรอร่างนี้จนไม่รู้ผิดชอบชั่วดี จะทนทุกข์ทรมานอีกนับกัปนับกัลป์ไม่ถ้วนแน่นอน

 

- ขอจงนำความเป็นบัณฑิตของท่านไปใช้ให้ถูกให้ชอบ เพื่อความสวัสดีของตนเอง ของเพื่อนร่วมทุกข์ทั้งหลาย ของชาติและของโลก ขอจงมีเมตตาต่อตนเอง ต่อเพื่อนร่วมทุกข์ ต่อประเทศชาติของเราและต่อโลกนี้ให้มาก ๆ 

 

 


 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป