หนทางสายกลาง 1

5 มี.ค. 2558 15:17 น. | เปิดอ่าน 386 | ความคิดเห็น 0

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

- บัดนี้ จักแสดงธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้นก็ขอให้ทุก ๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมพระสงฆ์เป็นสรณะ ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการฟัง เพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม 

- ได้แสดงอริยสัจจ์ทั้ง 4 ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ เป็นปัพพะคือข้อที่สุด ในหมวดธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน ในมหาสติปัฏฐานสูตร และได้แสดงอธิบายข้อที่ 4 คือ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ซึ่งเรียกสั้นว่ามรรคมีองค์ 8 ซึ่งก็ได้จำแนกแสดงแล้ว และก็พึงทราบเพิ่มเติม ดั่งที่จะได้แสดงในวันนี้

  • ทางปฏิบัติให้ได้ดวงตาเห็นธรรม 
    • ทรงพบขึ้นด้วยพระองค์เอง และก็ได้ทรงดำเนินไปในทางที่เป็น มัชฌิมาปฏิปทา คือ มรรคมีองค์ 8 นี้ ซึ่งเป็นเครื่องกระทำให้ได้จักษุดวงตาเห็นธรรม เป็นเครื่องกระทำให้ได้ญาณ คือ ความหยั่งรู้ในธรรม จึงได้ตรัสรู้อริยสัจจ์ทั้ง 4 และมัชฌิมาปฏิปทา คือ มรรคมีองค์ 8 ก็ตรัสว่าเป็นอริยสัจจ์ข้อที่ 4 คือ เป็นทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ 
  • ​มัชฌิมาปฏิปทา 
    • มรรคมีองค์ 8 นี้ เป็นหลักปฏิบัติธรรมสำคัญในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าได้ตรัสแสดงไว้ตั้งแต่ในปฐมเทศนา เทศนาครั้งแรก ว่าพระองค์ได้ทรงพบทางอันเรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา ข้อปฏิบัติอันเป็นหนทางกลาง ตั้งแต่ยังทรงเป็นพระโพธิสัตว์ คือ สัตว์ผู้ที่จะได้ตรัสรู้ หรือผู้ที่ยังข้องอยู่เพื่อที่จะได้ตรัสรู้ 
    • และได้ทรงปฏิบัติไปตามทางอันเป็นมัชฌิมาปฏิปทานี้ จึงได้ตรัสรู้อริยสัจจ์ทั้ง 4 ที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา ข้อปฏิบัติอันเป็นหนทางกลาง ก็ได้มีพระพุทธาธิบายไว้ด้วยในปฐมเทศนานั้นว่า คือ เป็นทางปฏิบัติที่อยู่ตรงกลางระหว่างทางปฏิบัติที่สุดโต่งสองข้าง คือ กามสุขัลลิกานุโยค ความประกอบอยู่ด้วยความสุขสดชื่นในกาม เป็นสุดโต่งทางหนึ่ง กับ อัตตกิลมถานุโยค ความประกอบทรมานตนให้ลำบาก อีกทางหนึ่ง 
    • พระพุทธเจ้าเองก่อนจะตรัสรู้ ในชั้นแรกยังมิได้ออกทรงผนวช ก็ทรงประทับอยู่ด้วย กามสุขัลลิกานุโยค การประกอบตนด้วยความสุขสดชื่นในกามอย่างชาวบ้านชาวเมืองทั่วไป และเมื่อเสด็จออกทรงผนวช ได้ทรงเข้าศึกษาในสำนักของท่านอาจารย์ทั้งสอง คือ อาฬารดาบส และ อุททกดาบส ซึ่งท่านเป็นผู้บรรลุชำนาญในสมาบัติ 7 สมาบัติ 8 แต่ทรงเห็นว่ายังไม่เป็นทางแห่งความตรัสรู้ จึงเสด็จออก และทรงเลือกบำเพ็ญทุกรกิริยา คือ ทรมานกายให้ลำบากมีประการต่าง ๆ อันนับว่าเป็นทางสุดโต่งในด้าน อัตตกิลมถานุโยค การทรมาณตนให้ลำบาก เป็นอันว่าพระองค์ได้ทรงปฏิบัติมาแล้วทั้งสองทาง ทั้ง กามสุขัลลิกานุโยค และ อัตตกิลมถานุโยค  แต่ก็ไม่อาจที่จะตรัสรู้ได้ จึงได้ทรงพบทางที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา ข้อปฏิบัติอันเป็นหนทางกลาง ไม่ข้องแวะด้วยทางที่เป็น กามสุขัลลิกานุโยค ประกอบตนด้วยความสุขสดชื่นในกาม และ อัตตกิลมถานุโยค ประกอบทรมานตนให้ลำบาก อันได้แก่มรรคมีองค์ 8 นั้นเอง 
  • ไตรสิกขา 
    • ฉะนั้น จึงได้ตรัสมรรคมีองค์ 8 นี้ ตั้งแต่ในปฐมเทศนา ก่อนที่จะได้ทรงแสดง ไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ที่ได้ทรงแสดงในตอนหลังต่อมา และ ศีล สมาธิ ปัญญา คือ ไตรสิกขา สิกขาทั้ง 3 คือ ข้อที่พึงศึกษา คือ สำเหนียก เมื่อยังไม่รู้ก็สำเหนียกให้รู้ เมื่อยังมิได้ปฏิบัติก็สำเหนียกปฏิบัติให้มีขึ้นให้เป็นขึ้น อันเรียกว่าไตรสิกขา นี้ก็ได้นับถือเป็นหลักปฏิบัติโดยย่อ เป็นที่รวมของธรรมปฏิบัติทั้งสิ้น 
    • และมรรคมีองค์ 8 นี้เองก็ย่อเข้าในไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา นี้ได้ 
      • สัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ
      • สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ ย่อเข้าใน ปัญญาสิกขา 
      • สัมมาวาจา เจรจาชอบ
      • สัมมากัมมันตะ การงานชอบ
      • สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีวิตชอบ ย่อเข้าใน สีลสิกขา 
      • สัมมาวายามะ เพียรชอบ
      • สัมมาสติ ระลึกได้ชอบ
      • สัมมาสมาธิ ตั้งใจมั่นชอบ สงเคราะห์เข้าใน จิตตสิกขา คือ สมาธิ 
    • เพราะฉะนั้น ในมรรคมีองค์ 8 จึงได้จัดลำดับปัญญาสิกขาไว้เป็นที่ 1 สีลสิกขาไว้เป็นที่ 2 จิตตสิกขา คือ สมาธิไว้เป็นที่ 3 ฉะนั้น จะได้แสดงอธิบายไตรสิกขาตามหลักของมรรคมีองค์ 8 

 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป