หนทางสายกลาง 2

9 มี.ค. 2558 14:44 น. | เปิดอ่าน 501 | ความคิดเห็น 0

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

  • ปัญญาสิกขา 
    • ปัญญาสิกขา อันได้แก่ สัมมาทิฏฐิ ก็ได้แก่ ญาณคือความหยั่งรู้จักทุกข์ ญาณคือความหยั่งรู้จักสมุทัยเหตุให้เกิดทุกข์ ญาณ คือความหยั่งรู้จักนิโรธความดับทุกข์ ญาณคือความหยั่งรู้จักทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ อนึ่ง 
    • ปัญญาสิกขา นี้ก็ได้แก่
      • เนกขัมมสังกัปปะ ความดำริออกจากเครื่องพัวพันทั้งหลาย
      • อัพยาปาทสังกัปปะ ความดำริไม่พยาบาทปองร้าย
      • อวิหิงสาสังกัปปะ ความดำริไม่เบียดเบียน
    • ญาณ คือ ความหยั่งรู้จักอริยสัจจ์ทั้ง 4 อันเป็นสัมมาทิฏฐิ และสังกัปปะ คือ ความดำริทั้ง 3 ดำริออกจากเครื่องพัวพันทั้งหลาย ดำริไม่ปองร้าย ดำริไม่เบียดเบียน ซึ่งเป็นสัมมาสังกัปปะ จัดเป็นปัญญาสิกขา 

  • ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ 
    • เพราะฉะนั้นผู้ต้องการปฏิบัติในปัญญาสิกขาตามหลักของอริยมรรคมีองค์ 8 คือ ข้อสัมมาทิฏฐิ ก็หัดพิจารณาทำความรู้จัก...
      • รู้จักทุกข์
      • รู้จักเหตุเกิดทุกข์
      • รู้จักความดับทุกข์
      • รู้จักทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์
    • ตามที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนนั่นแหละ อันเป็นปริยัติ หมั่นพิจารณาเพื่อที่จะให้ได้เกิดปัญญา คือ ความหยั่งรู้ขึ้นที่ตนเองด้วยตนเอง อันเป็นปฏิบัติ และจนถึงสามารถเจาะแทงอวิชชาโมหะ ทำความรู้แจ่มแจ้งในอริยสัจจ์ ให้บังเกิดขึ้นตามภูมิตามชั้น จึงนับเป็นปฏิเวธ นี้เป็นการหัดปฏิบัติทำปัญญาสิกขาตามหลักของสัมมาทิฏฐิ 
    • และหัดปฏิบัติในความดำรินึกคิดตริตรองไปในทางออกอยู่เสมอ ไม่ยอมให้ติดข้องพัวพันอยู่ในกามคุณารมณ์เป็นต้น หัดทำใจออกจากความผูกพันเกี่ยวเกาะดังกล่าวนี้อยู่เสมอ และหัดดำริไปในทางที่ไม่ปองร้าย แต่ให้ประกอบด้วยเมตตากรุณาแผ่ออกไป หัดดำริคิดนึกตรึกตรองในทางไม่เบียดเบียน แต่ให้เป็นไปในทางช่วยเหลือเกื้อกูล ซึ่งก็สงเคราะห์เข้าในเมตตากรุณาคล้าย ๆ กัน 
    • แต่ อวิหิงสาวิตก หรือ อวิหิงสาสังกัปปะ ความดำริในทางไม่เบียดเบียน ท่านมุ่งแสดงแยกออกมาด้วยต้องการที่จะแยกว่า อันความคิดเบียดเบียนนั้นเป็นไปด้วยโมหะคือความหลง ส่วนความคิดปองร้ายนั้นเป็นไปด้วยโทสะ 
    • เพราะฉะนั้น ดับโทสะก็ด้วยอาศัยเมตตากรุณา ดับวิหิงสาก็ด้วยอาศัยปัญญา คือ แม้ว่าจะไม่มีโทสะโกรธแค้นขัดเคือง แต่ทำไปด้วยโมหะ คือ ความหลง ก็เป็นไปเพื่อเบียดเบียนใครต่อใครให้เป็นทุกข์ได้ 
    • เพราะฉะนั้น ก็มุ่งที่จะให้ปฏิบัติละทั้ง ราคะ โทสะ โมหะ หรือ โลภะ โทสะ โมหะ ดำริไปในทางออกนั้นเป็นไปเพื่อละราคะหรือโลภะ ดำริไม่ปองร้ายนั้นเป็นไปดับโทสะ ดำริไม่เบียดเบียนนั้นเป็นไปเพื่อดับโมหะ คือความเบียดเบียนนั้นที่เป็นไปด้วยโมหะ ก็อาจจะเบียดเบียนได้ทั้งตนเองทั้งผู้อื่น 

  • ​สัมมาสังกัปปะ 
    • ฉะนั้น จึงต้องอาศัยปัญญาที่รู้จักคิดนึกตรึกตรองไป ในทางที่จะออกจากราคะหรือโลภะ ด้วย เนกขัมมสังกัปปะ ในทางที่จะดับหรือออกจากโทสะ ด้วย อัพยาปานะสังกัปปะ และในทางที่จะออกจากโมหะ ด้วย อวิหิงสาสังกัปปะ หัดใช้ความคิดไปในทางดับกิเลสดั่งนี้ ไม่ใช้ความคิดไปในทางก่อกิเลส กองราคะหรือโลภะ กองโทสะหรือกองโมหะขึ้นมา ก็เป็นการปฏิบัติปัญญาสิกขา ด้วยอาศัยสัมมาสังกัปปะ นี้เป็นปัญญาสิกขา 

  • สีลสิกขา 
    • ในส่วน สีลสิกขา ก็พึงหัดปฏิบัติทำความงดเว้นทางวาจา อาศัยสัมมาวาจา วาจาชอบ คือ ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียดยุแหย่ให้แตกสามัคคีกัน ไม่พูดคำหยาบด่าว่าใครต่อใครให้เจ็บแสบ ไม่พูดเพ้อเจ้อเหลวไหล แต่พูดจามีหลักฐานยุติด้วยธรรมด้วยวินัย งดเว้นทางวาจาดั่งนี้ อาศัยสัมมาวาจาเจรจาชอบ 
    • และปฏิบัติงดเว้นทางกาย อาศัยสัมมากัมมันตะการงานชอบ ด้วยการเว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ทำสัตว์มีชีวิตให้ตกล่วงไป เว้นการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขามิได้ให้ด้วยความที่เป็นขโมย คือ ลักฉ้อ เว้นจากประพฤติในกามทั้งหลาย หรือเว้นจากอพรหมจริยกิจ เมื่อเว้นดั่งนี้ทางกายก็เป็นปฏิบัติในสีลสิกขา อาศัย สัมมากัมมันตะ การงานชอบ 
    • และเว้นจากมิจฉาอาชีวะเลี้ยงชีวิตในทางที่ผิด สำเร็จความเลี้ยงชีวิตในทางชอบถูกต้อง ก็เป็นการปฏิบัติในสีลสิกขา อาศัยสัมมาอาชีวะเลี้ยงชีวิตชอบ นี้เป็นการปฏิบัติในสีลสิกขา อาศัยสัมมาวาจา เจรจาชอบ สัมมากัมมันตะ การงานชอบ สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีวิตชอบ 

  • จิตตสิกขา 
    • อนึ่ง ปฏิบัติในจิตตสิกขาหรือสมาธิความตั้งใจมั่น อาศัยสัมมาวายามะ เพียรชอบ คือ อาศัย...
      • สังวรปธาน ความตั้งใจมั่นในอันที่จะระวังบาปอกุศลที่ยังไม่เกิดมิให้เกิดขึ้น
      • ปหานปธาน ความตั้งใจมั่นในอันที่จะละบาปอกุศลที่บังเกิดขึ้นแล้ว
      • ภาวนาปธาน ความตั้งใจมั่นในความเพียรทำบุญทำกุศลที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น
      • อนุรักขนาปธาน ความตั้งใจมั่นในความเพียรรักษาบุญกุศลที่เกิดขึ้นแล้วไม่ให้เสื่อมลง แต่ให้เจริญงอกงามมากขึ้น
    • นี้เป็นการปฏิบัติในจิตตสิกขาหรือสมาธิ อาศัยสัมมาวายามะ เพียรชอบ 
    • อนึ่ง ตั้งใจมั่นในอันกำหนดสติตามดูตามรู้ตามเห็น กาย เวทนา จิต ธรรม คือ สติปัฏฐาน ทั้ง 4 ชื่อว่าเป็นการปฏิบัติในจิตสิกขา คือ สมาธิ อาศัยสัมมาสติระลึกชอบ
    • อนึ่ง ตั้งใจมั่นเป็นสมาธิในกรรมฐานอันเป็นที่ตั้งของสมาธิทั้งหลาย จนได้บริกัมมสมาธิ สมาธิในบริกรรม อุปจารสมาธิ สมาธิเป็นอุปจาร คือ ใกล้ที่จะแน่วแน่แนบแน่น จนถึง อัปปนาสมาธิ สมาธิที่แน่วแน่แนบแน่น เข้าขั้นฌาน คือ ความเพ่ง 
    • ความเพ่ง คือ จิตสงบสงัดจากกามและอกุศลธรรมทั้งหลาย
      • เข้าถึง ปฐมฌาน ฌานที่ 1 มีวิตก ความตรึก มีวิจาร ความตรอง มีปีติ มีสุข อันเกิดจากวิเวก คือ ความสงบสงัด มี เอกัคคตา คือ มีจิตที่มีอารมณ์เป็นอันเดียว และยิ่งขึ้นไปก็สงบวิตกวิจาร
      • เข้าถึง ทุติยฌาน ฌานที่ 2 คือ มีความผ่องใสใจ ณ ภายใน มีธรรมเอก คือ ความเป็นหนึ่งผุดขึ้นเป็นไป ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร มีปีติสุขอันเกิดจากสมาธิ คือ ความตั้งจิตมั่น มี เอกัคคตา คือ ความที่จิตมีอารมณ์เป็นอันเดียว ยิ่งขึ้นไปกว่านี้ก็ละปีติเสียได้ มีอุเบกขาอยู่ มีสติมีสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยกาย คือด้วยรูปกาย ด้วยนามกาย
      • เข้าถึง ตติยฌาน ฌานที่ 3 ซึ่งพระอริยะเจ้าทั้งหลายกล่าวว่า มีอุเบกขา มีสติ มี สุขะวิหาร คือธรรมะเป็นเครื่องอยู่ คือ สุข และจิตเป็น เอกัคคตา คือ ความที่จิตมีอารมณ์เป็นอันเดียว ยิ่งขึ้นไปกว่านั้น เพราะละสุขละทุกข์เสียได้ เพราะความดับไปแห่งโสมนัสโทมนัส
      • เข้าถึง ฌานที่ 4 ซึ่งไม่มีสุขไม่มีทุกข์ มีอุเบกขา มีสติที่บริสุทธิ์อยู่ ทั้งมีจิตมีอารมณ์เป็นอันเดียว 
    • ความทำจิตให้เป็นสมาธิตั้งมั่นได้ดังพระพุทธภาษิตที่ตรัสไว้นี้ ก็ชื่อว่าได้ปฏิบัติทำ จิตตสิกขา คือ สมาธิ อาศัยสัมมาสมาธิความตั้งใจมั่นชอบ เป็นอันว่าชื่อว่าได้ปฏิบัติทำจิตตสิกขา คือ สมาธิ อาศัยสัมมาวายามะ เพียรชอบ สัมมาสติ ระลึกได้ชอบ สัมมาสมาธิ ตั้งใจมั่นชอบ ผู้ปฏิบัติธรรมจึงอาจหัดปฏิบัติไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา อาศัยอริยะมรรคทั้ง 8 ประการ

- ทั้งหมดต่อไปนี้ก็ขอให้ตั้งใจฟัง ตั้งใจสวด และ ตั้งใจทำความสงบสืบต่อไป  

 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป