จักร 4

16 มี.ค. 2558 16:37 น. | เปิดอ่าน 1,578 | ความคิดเห็น 0

พระธรรมเมธาภรณ์ (ระแบบ ฐิตญาโณ)

 

- จักร 4 คือ ธรรมที่จะนำผู้ปฏิบัติให้ประสบความเจริญ ดุจรถนำคนไปสู่จุดหมายปลายทางที่ตนต้องการ การนำ “จักร” หรือ "ล้อ" มาเป็นสื่อในการสอนธรรมเป็นเรื่องของยุคสมัย เพราะแม้ปฐมเทศนาเองก็ทรงใช้คำว่า “ธรรมจักร” คือ ล้อแห่งธรรม 

เพราะว่าสมัยนั้นสิ่งที่สามารถนำคนไปสู่ความสำเร็จได้เร็วมาก ทั้งแสดงถึงพลานุภาพที่ไม่อาจทัดเทียมได้คือ “จักรรัตนะ” จักรแก้วของพระเจ้าจักรพรรดิ มีลักษณะเป็นล้อที่สามารถส่งไปให้ทำลายฝ่ายตรงกันข้ามไปในที่ที่พระเจ้าจักรพรรดิต้องการเสด็จได้ในเวลาที่รวดเร็ว ธรรมในที่นี้ทรงใช้คำว่าจักร ก็มีลักษณะเดียวกัน คือ หากใครสามารถคุณสมบัติที่กำหนดความเป็นจักรได้ครบ คุณธรรมเหล่านั้นก็จะนำเข้าไปสู่จุดหมายปลายทางตามที่ตนต้องการได้ 

แต่ก็ต้องเข้าใจ คือ ปริยายเทศนา ที่เมื่อลงมือประพฤติปฏิบัติแล้วจะอำนวยผลให้ เช่นเดียวกับ วุฒิธรรม เป็นต้นนั่นเอง เพราะหลักธรรม คือ มรรคสัจ ดังกล่าวคือ 

  1. ปฏิรูปปเทสวาสะ การได้อยู่ในสถานที่ หรือ ถิ่นที่มีความเหมาะสม ที่จะช่วยให้ตนสามารถใช้เป็นที่พัฒนาตนตามสมควรแก่ฐานะนั้น ๆ อาจจะเรียกได้ว่าทำเลดีงาม  เช่น การศึกษาปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชน ประเทศไทยได้ชื่อว่า ปฏิรูปเทสะ เป็นต้น 
  2. สัปปุริสูปัสสยะ การคบหาสมาคมกับท่านที่เป็นนักปราชญ์บัณฑิต ที่ได้นามว่า สัตบุรุษ 
  3. อัตตสัมมาปณิธิ การตั้งตนไว้ในทางที่ชอบ มีเจตจำนงที่จะนำตนไปสู่ผลที่ดีงาม ตามที่ได้ศึกษาหาความเข้าใจจากสัตบุรุษ 
  4. ปุพเพกตปุญญตา ความเป็นคนที่มีความดี บุญกุศลที่ตนทำไว้ในกาลก่อน มีพื้นฐานดีมีความพร้อมที่จะได้รับประโยชน์จากสถานที่ คนที่ตนคบหา จิตสำนึกของตนเอง 

​- พึงสังเกตว่ามีการมองเหตุในรูปของการสืบสาวไปถึงกิเลสหรือกรรมเสมอ อดีตกรรมเป็นเรื่องที่พระพุทธญาณที่ทรงรู้จากพระญาณของพระองค์ ในแง่กรรมท่านจะพูดในรูปของกรรมดีกรรมชั่ว ที่มาจากบารมีและอาสวะ บารมีคือการสะสมสิ่งดี ๆ เอาไว้ภายในจิต สร้างพื้นฐานด้านต่าง ๆ ให้คนมีความโน้มเอียงไปในทางใฝ่ดี ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ คนที่พบเห็นพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าด้วยกัน ทำไมจึงได้รับผลจากการเห็น การฟังธรรมต่างกัน แม้จะฟังเรื่องเดียวกัน นี่แสดงว่าความแตกต่างกลับไปที่บุญบาปในอดีตที่มีความยิ่งหย่อนแตกต่างกัน 

จากจุดนี้สามารถหาข้อสรุปได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนจะบวกหรือลบก็ตาม มีสามเหตุแฝงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ คือ แรงของอาสวะและบารมี หรืออกุศลกรรม และกุศลกรรมในอดีตร่วมด้วยเสมอ 

ความเป็นจักรขององค์ธรรมทั้ง 4 ประการ คือ การที่คนสามารถใช้ประเทศอันสมควรกับบุญที่ทำไว้ในกาลก่อน เป็นแรงผลักดันให้พบสัตบุรุษ มีความศรัทธาที่จะเข้าไปหาท่าน ฟังธรรม กำหนดข้อความที่ตนฟัง พิจารณาข้อความแล้วน้อมเอาธรรมเหล่านั้นมาปฏิบัติพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ หลักการที่สำคัญ คือ การตั้งตนไว้ชอบ กลายเป็นปัจจัยเสริม ซึ่งก็คงเป็นตามกฎแห่งกรรม นั่นคือ การทำความดีก็ได้รับผลดีนั่นเอง 

 

 


 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป