การคลายอารมณ์

25 พ.ย. 2558 16:22 น. | เปิดอ่าน 323 | ความคิดเห็น 0

พระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ 

 

หลักการ 

ธรรมชาติมนุษย์ทุกผู้ทุกนาม ต้องหายใจเข้าและหายใจออกอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่มนุษย์ปุถุชนธรรมดา ๆ ไม่เคยสนใจและสังเกตความเป็นไปของลมหายใจเข้าและหายใจออก สำหรับผู้ศึกษาและสนใจปฏิบัติเท่านั้นจึงจะรู้ว่าลมหายใจเข้านำไปสู่

  • “ความนึก” คือ สิ่งที่เป็นอนาคต และลมหายใจออกนำไปสู่ความคิด
  • “ความคิด” คือ สิ่งที่เป็นอดีต

- ความนึก และ ความคิด คือ ความฟุ้งซ่าน เป็นขยะหรือตะกอนของจิต ฉะนั้น เราต้องหาวิธีกำจัดขยะเหล่านี้เพื่อให้สามารถนำจิตไปใช้งานให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพเนื่องจากจิตทำงานหลายหน้าที่ไม่ได้ 


วิธีปฏิบัติ 

- ให้ผู้ฝึก ผู้ป่วย นั่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก หรือตามความสะดวก จะนั่งในท่าใดได้ทั้งนั้น (ผู้ป่วยสามารถนอนฝึกได้) ถ้านั่งขัดสมาธิซึ่งเป็นท่าที่ทำให้ร่างกายเกิดความสมดุลมากที่สุด (หรือจะนั่งพับเพียบ) ตัวตั้งตรงมือขวาทับมือซ้ายวางบนตัก หลับตาลงเบา ๆ ไม่ต้องบีบกล้ามเนื้อตา ทำตัวเบา ๆ ไม่ต้องเกร็ง หรืออาจจะทำความรู้สึกเหมือนกับไม่มีตัวเราอยู่เลยปล่อยวางความรู้สึกนึกคิดที่ตนเองเข้าไปยึดติด

- ไม่ว่าจะเป็นความกังวล ความทุกข์ ความรัก ความชัง ความเจ็บปวด บาป บุญ คุณ โทษ ความดี ความชั่ว อดีต ปัจจุบัน อนาคต ปล่อยวางทุกสิ่งเหมือนไม่มีตัวตน ปล่อยความรู้สึกที่นึกและคิดทั้งหมดให้ไหลออกไปพร้อมกับการนึกลมหายใจออก เพื่อไปสู่ความว่างของธรรมชาติภายนอกโดยไม่ต้องสนใจลมหายใจเข้าค่อย ๆ คลายสิ่งที่ยึดติดออกไปเป็นจังหวะ ๆ พร้อมกับการนึกลมหายใจออก เหมือนดั่งสายน้ำที่ไหลไปแล้วไม่หวนกลับคืนมาฉันนั้น 

ส่วนผู้ที่คลายอารมณ์ไม่เป็น ให้ทำความรู้สึกเหมือนคนใกล้จะหลับ ก่อนที่จะนอนหลับเราต้องปล่อยความรู้สึกยึดติดทั้งหมดให้คลายออกไป ไม่เช่นนั้นจะนอนไม่หลับ ให้คลายอารมณ์ออกเป็นความว่างไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ใช้จิตมีอาหาร เพราะอาหารของจิตคือ อารมณ์หรือความฟุ้งซ่าน ถ้ามีอารมณ์มาก ความฟุ้งซ่านจะมีมากเป็นการเพิ่มความทุกข์ให้กับตนเอง 

- ผู้ที่ติดความคิดมาก ๆ นึกลมหายใจเข้าแล้วนึกไปที่สมองซึ่งเป็นฐานความคิด ปล่อยความคิดในสมองที่ติดค้างอยู่ให้ไหลออกไปพร้อมกับการนึกลมหายใจออก ทำเป็นจังหวะ ๆ ไม่สนใจว่าความคิดไหลออกไปได้บ้างแล้วหรือยัง เปรียบเหมือนขณะนี้ตัวเรากำลังตักน้ำในตุ่มทิ้งทีละขันๆ หน้าที่ของเราคือตักน้ำเททิ้ง ไม่ต้องหันกลับไปดูน้ำในตุ่มว่าเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด นี่คือการไม่ใส่เจตนา ความต้องการ เพราะถ้าใส่ความเจตนา ความอยาก ความต้องการที่จะทำให้น้ำในตุ่มหมดเร็วๆ เท่ากับเป็นการเพิ่มภาระให้กับจิต ทำให้เรา “ว่าง”  ได้ยากยิ่งขึ้น 

- ในทำนองเดียวกัน ถ้าติดความนึกคือติดอนาคต ซึ่งมีฐานอยู่ที่หัวใจ ให้ผู้ฝึก ผู้ป่วยนึกลมหายใจเข้าแล้วนึกไปที่หัวใจ ปล่อยความนึกทั้งหมดที่มีให้ไหลออกมาเป็นความว่าง พร้อมกับการนึกลมหายใจออก 

- ถ้าผู้ฝึก ผู้ป่วย มีความเจ็บความปวดในร่างกายมาก ให้ผู้ฝึก ผู้ป่วยนึกลมหายใจเข้าแล้วนึกไปที่ส่วนของร่างกายที่มีความบกพร่องแล้วปล่อยความรู้สึกเจ็บปวดให้ไหลออกไปพร้อมกับการนึกลมหายใจออก ขั้นตอนของการปฏิบัติเหมือนกับการปล่อย “ความคิด” ออกไป 

- ผู้ฝึก ผู้ป่วย บางท่านมีความฟุ้งซ่าน คือ ความนึก ความคิด ความวิตกกังวล หรือความเจ็บปวดมาก ไม่สามาคลายออกไปเป็นความว่างได้ตามวิธีได้กล่าวมาแล้ว ควรใช้วิธีสุดท้าย คือ “การกลั้นลมหายใจ” ให้ผู้ฝึก ผู้ป่วย นึกไปยังตำแหน่งต่างๆ ที่ตนเองติดอยู่ เช่น ความคิด (อดีต) ในสมอง ความนึก (อนาคต) ในหัวใจ หรือความทรมานเจ็บปวดของร่างกาย เมื่อนึกไปถึงแล้วให้กลั้นลมหายใจนิ่งอยู่ที่ตำแหน่งนั้นสักระยะหนึ่ง นานพอสมควรเท่าที่ผู้ฝึก ผู้ป่ายสามารถทนได้ จี้ลงไปในสิ่งที่ตนเองคิด นึกให้สิ่งติดค้างคือความคิด ความนึก ความทรมานเจ็บปวดร่างกายที่ตำแหน่งนั้นๆ ไหลออกมาพร้อมกับลมหายใจออกทำเป็นจังหวะๆ สม่ำเสมอ จนกระทั่งอารมณ์เหล่านั้นค่อยๆ คลายหายไป (นึกไปที่ตำแหน่งนั้นๆ และกำหนดคลายไปทีละจุด ๆ) 

- ถ้าผู้ฝึก ผู้ป่วย มีความเจ็บปวด ทรมานร่างกายมากเกินไปให้ทิ้งขั้นตอนของการคลายอารมณ์ไปก่อน ให้เริ่มต้นวิธีการบำบัดรักษาได้เลย เมื่อความเจ็บปวดเริ่มทุเลาลงจึงค่อยมาเริ่มเรียนรู้วิธีการคลายอารมณ์อีกครั้ง เพราะถ้าผู้ฝึกผู้ป่วยรู้วิธีของการคลายอารมณ์ซึ่งเป็นความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอารมณ์ จะช่วยให้ผู้ฝึกผู้ป่าย รู้วิธีกำจัดขยะของอารมณ์ไม่ให้มารบกวน คอยดึงความรู้สึก (จิต) ให้ฟุ้งซ่านไปหาเรื่องอื่นๆ ในขณะที่กำลังทำสมาธิบำบัดรักษาตนเอง 

 

คุณประโยชน์ 

- ธรรมชาติของจิตนั้นจะรับอารมณ์ต่าง ๆ ที่มากระทบเสมอ การคลายอารมณ์จึงเป็นการปล่อยความทุกข์ ความรู้สึกในใจ คลายความคิดที่ติดค้างในสมองออกไปให้หมด เพื่อไม่ให้จิตเสียพลังไปในการยึดติดสิ่งต่าง ๆ ทำให้จิตอ่อนตัว และสงบเร็วขึ้น การคลายอารมณ์จึงเป็นวิธีการเร่งให้จิตสงบ กลับไปส่ธรรมชาติเดิมของจิตก่อนที่จะใช้จิตไปทำงานต่าง ๆ ตามความต้องการของเจ้าของ 

- ผลพลอยได้ที่สำคัญ คือ ผู้ที่เป็นโรคนอนไม่หลับจะสามารถหลับได้ง่ายขึ้น และหลับสนิทมากขึ้น โดยก่อนนอนให้นำความรู้สึกมาตั้งไว้ที่จมูก แล้วปล่อยคลายความนึกและความคิดออกไปเรื่อยๆ พร้อมกับการนึกลมหายใจออก เมื่อคลายความนึก ความคิดออกไปหมดแล้วจะสามารถหลับได้ในที่สุด 

- สำหรับผู้ที่ต้องการให้สมองมีความจำดี เพื่อเพิ่มสมรรถนะของการทำงาน หรือจำบทเรียนได้เร็ว วิธีการคลายอารมณ์เปรียบเสมือนการลบหน่วยความจำที่ไม่ต้องการทิ้งไป 

 

อุปสรรค 

- บางท่านคลายอารมณ์ไม่ได้ เพราะไม่เข้าใจคำว่า “นึกลมหายใจเข้า”, “นึกลมหายใจออก” และปล่อย คือ ทำอย่างไรขออธิบาย ดังนี้ 

- ลมหายใจเข้าเพื่อการนำก๊าซออกซิเจนเข้าสู่หัวใจ และลมหายใจออกเพื่อการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ออกจากร่างกายต้องมีลมผ่านเข้า-ออกทางจมูก แต่การ “นึกลมเข้า-ลมออก” คือ การนึกเอาหรือสร้างจินตนาการ เมื่อเป็นการ “นึก” ความรู้สึกของการนึกลมเข้าและลมออก จึงไม่จำเป็นต้องมีลมเข้า-ออกทางจมูกจริง เป็นแต่เพียงการปลดปล่อยความรู้สึกบางอย่างออกไปจากร่างกาย ในขณะที่ผู้ฝึก ผู้ป่วยกำลังคลายอารมณ์อยู่ ความรู้สึกหรือจิตในขณะนั้นกำลังจดจ่ออยู่กับการปล่อยความนึก และความคิดรวมทั้งความเจ็บปวดที่ออกไปพร้อมกับการนึกลมหายใจออกเป็นจังหวะ ๆ สม่ำเสมอ “ปล่อย” คือ การนำความรู้สึกที่มีอยู่ในขณะนั้นทิ้งออกไปจากสมองและหัวใจ หรืออวัยวะที่เจ็บปวด 

ทั้งหมดนั้นเป็นวิธีการคลายอารมณ์โดยละเอียด ถ้าผู้ฝึก ผู้ป่วย มีความเจ็บปวดมากให้ทิ้งขั้นตอนของการคลายอารมณ์ ควรฝึกสมาธิเพื่อการบำบัดรักษาก่อน เมื่อร่างกายทุเลาความเจ็บปวดลงแล้วจึงค่อยศึกษา “การคลายอารมณ์” ในภายหลัง 

- ทิศตะวันออกเป็นทิศที่มีประโยชน์เพื่อปลดปล่อยหรือคลายพลังงานทุกชนิดออกไปได้เร็ว จึงแนะนำ ผู้ฝึก ผู้ป่วย ว่าถ้าเลือกได้ขอให้นั่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเสมอ เมื่อต้องการ “ฝึกจิต” 

 

 

 


ขอบคุณรูปภาพ

http://www.free4uwallpapers.org

 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป