ลดเหนื่อยล้าด้วย "สมาธิ"

15 ม.ค. 2557 15:16 น. | เปิดอ่าน 661 | ความคิดเห็น 0

ในวันร่างกาย และจิตใจต้องอ่อนล้าจากการทำงานอย่างหนักมาก ทั้งงานที่ทำงาน งานบ้านสารพัด อะไรๆ ก็ต้องเร็วไว้ก่อน เราถูกทำให้เคยชินกับความเร็ว รออะไรนาน ๆ ก็จะรู้สึกหงุดหงิดไปหมด สิ่งเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตโดยไม่รู้ตัว และมีผลต่อการทำงานของสมอง ความอ่อนล้า ความเครียด ซึ่งทั้งหมดก็ส่งผลต่อสมอง และภาวะร่างกาย จิตใจ ถึงเวลาทำบางสิ่งที่ง่าย ไม่เสียเงิน ได้ผ่อนคลายระดับลึก เหมือนกดปุ่ม Refresh ให้ร่างกายใหม่ คือ "การทำสมาธิ"

 

- รู้จัก "สมาธิ" ที่แท้จริง สมาธิ (Meditate) หมายถึง การทำใจให้สงบ การฝึกฝนเพื่อพัฒนาจิตใจ หรือภาวะที่จิตตั้งมั่น ซึ่งภาวะจิตเหล่านี้มีประโยชน์ที่หลากหลาย แต่ก่อนที่จะพาคุณผู้อ่านไป refresh ร่างกายใหม่ 

- "สมาธิ เป็นวิธีการเพื่อเข้าถึงจุดหมายไม่ใช่ตัวจุดหมาย ผู้เริ่มปฏิบัติอาจต้องปลีกตัวออกจากสังคมเพื่อการปฏิบัติช่วงระยะหนึ่ง แล้วจึงออกมามีบทบาทในทางสังคมตามความเหมาะสมของตนต่อไป ทั้งนี้การเจริญสมาธิมิใช่จะต้องมานั่งเจริญอยู่ทั้งวันทั้งคืน และวิธีปฏิบัติก็มีมากมาย เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมกับจริยา" จากหนังสือพุทธธรรม

 

ประโยชน์ของสมาธิ

- การฝึกสมาธิเป็นอีกทางเลือกของแพทย์ยุคใหม่ มีผลงานวิจัยมากมายที่ค้นพบว่าเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยบรรเทารักษาโรคต่าง ๆ อาทิ โรคเครียด ปวดหัวเรื้อรัง ไมเกรน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เป็นต้น แต่ที่หญิงสาวชอบกันมาก คือ หน้าใสเห็น ๆ

- ในระหว่างที่จิตใจเข้าสู่สมาธิ หัวใจจะเต้นช้า ลมหายใจเข้า-ออกเป็นจังหวะ ร่างกายเผาผลาญออกซิเจนน้อยลง กล้ามเนื้อผ่อนคลายมากขึ้น ระบบเลือดไหลเวียนมากขึ้น ลดระดับน้ำตาลในเลือดซึ่งทำให้เกิดอาการกระวนกระวาย ไม่เป็นสุข อีกทั้งร่างกายของจะหลั่งสารเอนดอร์ฟิน หรือสารแห่งความสุขออกมา ทำให้ร่างกายสุขภาพดี ไร้โรคภัยเบียดเบียน หน้าก็ใสได้

- อีกทั้งคนที่กำลังเครียด มีความวิตกกังวล หาทางแก้ปัญหา แก้แล้วแก้อีก ก็เหมือนวัวพันหลัก ลองนั่งสมาธิก่อนสักพัก เมื่อจิตใจสงบปัญหาต่าง ๆ ก็จะแก้ไขได้ง่ายกว่า อีกทั้งยังอาจจะได้มุมมองใหม่ ๆ ที่เกิดจากการมองโลกในแง่ดี มาช่วยแก้ปัญหาได้ด้วย

 

 

เคล็ดลับสมาธี "นาน - บ่อย - ต่อเนื่อง"

- ทำนาน ในแต่ละครั้งควรทำให้นาน อย่างน้อยต้องครึ่งชั่วโมง หรือ 1 ชั่วโมง ทำ 3 ครั้งต่อวัน 

- ทำบ่อย ในแต่ละครั้ง ครั้งละสิบ หรือสิบห้านาทีก็พอ แต่ทำให้บ่อย ๆ ตามแต่จะสะดวก

- ทำต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่สำคัญ นำเอาสมาธิมาใช้ในชีวิตประจำวันให้เกิดความเคยชิน

 

รู้ก่อนทำสมาธิ

1. หาความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการทำสมาธิให้มากที่สุด เพื่อจะได้ประหยัดเวลา ไม่ต้องลองผิดลองถูก และไม่หลงทาง

2. เลือกวิธีที่คิดว่าเหมาะสมกับตนเองมากที่สุด

3. พยายามตัดความกังวลทุกเรื่อง ทุกอย่างที่อาจจะเกิดขึ้นออกไปให้มากที่สุด โดยการทำงานทุกอย่างที่คั่งค้างอยู่ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะทำสมาธิ

4. ก่อนนั่งสมาธิควรควรทำความสะอาด เช่น อาบน้ำ หรือล้างหน้า ล้างมือ ล้างเท้าก่อนจะทำให้โล่งสบายตัว

5. ควรทำสมาธิในสถานที่่ ที่เงียบสงบ อากาศเย็นสบาย ไม่พลุกพล่านจอแจ

 

 

หลากหลายรูปแบบทำสมาธิ

การทำสมาธินั้นมีรูปแบบที่หลากหลายมานานกว่าพันปีแล้ว การทำสมาธิที่มีเวลาน้อย สามารถเลือกแบบที่สอดคล้องไปกับการดำเนินชีวิตประจำวันได้

 

การฝึกลมหายใจ 

- ใช้ได้กับการทำสมาธิในทุกอิริยาบถ

- หลับตา สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

- สูดลมหายใจ เข้า-ออก ทางจมูก จนรู้สึกว่าท้องพอง ท้องยุบ

- จดจ่ออยู่ที่ลมหายใจ เข้า-ออก ถ้าเริ่มรู้สึกว่าใจวอกแวกไปที่อื่น ให้ดึงกลับมาที่ลมหายใจ

- สำหรับผู้เริ่มต้นให้นับหายใจเข้า 1-5 หายใจออก 1-5 เป็นจังหวะ ทำต่อเนื่องแบบนี้ไปเรื่อย ๆ

 

การนั่งสมาธิ

- การนั่งสมาธิ คือ การทำสมาธิที่เราคุ้นเคยควรนั่งในท่าขัดสมาธิ หลังตรง หรืออาจจะนั่งบนเก้าอี้ก็ได้ ทอดตาลงต่ำ ทำกล้ามเนื้อให้ผ่อนคลาย มือทั้ง 2 ข้างประสานกัน หลับตาลงช้า ๆ

- หลังจากนั้นส่งจิตไปสำรวจตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ให้ทั่วทั้งตัว เพื่อดูว่ามีกล้ามเนื้อส่วนใดที่เกร็งอยู่หรือไม่ ถ้าพบก็ให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อส่วนนั้นให้หายเกร็ง โดยไล่จากปลายเท้าทีละข้าง ค่อย ๆ สำรวจเลื่อนขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงสะโพก แล้วย้ายไปสำรวจที่ปลายเท้าอีกข้างหนึ่ง ทำเช่นเดียวกัน

- จากนั้นก็สำรวจจากสะโพก ไล่ขึ้นไปจนถึงยอดอก แล้วสำรวจจากปลายนิ้วมือทีละข้าง ไล่มาจนถึงไหล่ เมื่อทำครบสองข้างแล้ว ก็สำรวจไล่จากยอดอกขึ้นไปจนถึงปลายเส้นผม ก็จะเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้ทั่วร่างกาย

- จากนั้นหายใจเข้าออกลึก ๆ สัก 3 รอบ โดยมีสติอยู่ที่ลมหายใจ ตรงจุดที่ลมกระทบปลายจมูก พร้อมกับทำจิตใจให้รู้สึกผ่อนคลายลงเรื่อย ๆ

 

การเดินสมาธิ

ก่อนนั่งสมาธิควรเดินสมาธิ (จงกรม) ก่อนสักพัก คือ เดินกลับไปกลับมาช้า ๆ โดยยึดจิตไว้ที่จุดใดจุดหนึ่งในเท้าข้างที่กำลังเคลื่อนไหว เช่น ปลายเท้าหรือส้นเท้า เพื่อให้จิตเป็นสมาธิในระดับหนึ่งก่อน จะทำให้นั่งสมาธิได้ง่ายขึ้น

- ทางที่เดินนั้นควรราบรื่นสะอาด เป็นที่สงบ ให้เอามือทั้ง 2 ประสานกันไว้ข้างหน้า ปล่อยแขน ลงตามสบาย ทอดสายตาลงต่ำ ควบคุมจิตให้อยู่ในความสงบ แล้วก้าวเดินช้า ๆ ไปจนสุดทางแล้วหยุดยืนสักครู่ค่อยหันหลังกลับแล้วเดินไปในทางเดิม ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ การเดินสมาธินี้สามารถประยุกต์ใช้เมื่อต้องเดินเล่น หรือเดินซื้อของนาน ๆ ก็ได้เช่นกัน

 

การยืนสมาธิ

การยืนสมาธิ มักใช้ปฏิบัติคั่นในระหว่างการเดินจงกรม เพื่อพักผ่อนร่างกายเป็นระยะ ๆ ไป คือ ยืนพักขาข้างหนึ่ง โดยผลัดเปลี่ยนกันไป ในเมื่อขาหนึ่งเมื่อยก็เปลี่ยนพักขาอีกข้างหนึ่ง ในขณะที่ยืนนั้นก็ทำการอบรมจิต (สมาธิ) ยืนนานพอสมควรแล้ว ก็ควรใช้อิริยาบถอื่นต่อไป สามารถประยุกต์การยืนสมาธิให้เข้ากับสถานการณ์รอบ ๆ ตัวได้ เช่น ยืนรอคิวซื้อของหรือยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ ฯลฯ

 

การนอนสมาธิ

ระหว่างที่นอนก็สามารถทำสมาธิได้เช่นกัน โดยเมื่อล้มตัวลงนอนให้นอนอย่างผ่อนคลายที่สุด ควรนอนหงายเพราะสะดวกแก่การทำสมาธิ วางมือทั้งสองซ้อน หรือประสานไว้บนอก หลับตา หายใจเข้า-ออกลึก ๆ 3 ครั้ง ถ้าจิตยังไม่สงบ ให้เพิ่มการนับเลขเข้าไปด้วยก็สามารถทำได้

 

 

การทำงาน

ไม่ว่ากำลังทำอาชีพอะไร สามารถที่จะเอาสมาธิมาใช้ในการทำงานนั้น ๆ ได้ด้วย เช่น ในขณะที่ทำบัญชี เขียนต้นฉบับ หรือตรวจคนไข้ ฯลฯ ถ้าเอาใจใส่ในการทำงานนั้น ๆ ไม่ปล่อยให้ใจฟุ้งซ่าน มีสมาธิจดจ่ออยู่กับงานนั้น ๆ จิตก็ย่อมมีสมาธิเกิดร่วมด้วยเช่นกัน ได้ทั้งความรู้จากงาน ได้สมาธิ (ความสุข) และได้สุขภาพจิตดี เป็นผลพวงตามมา

 

การทำงานบ้าน

- ในวันที่หยุดพักผ่อนอยู่กับบ้าน ก็สามารถทำให้เกิดสมาธิได้  เช่น ถูบ้าน หรือล้างจาน เพียงแต่ว่าขอให้มีจิตจดจ่ออยู่กับงานนั้น ๆ ไม่วอกแวกดูสิ่งอื่น ๆ รอบตัว และกำหนดลมหายใจเข้า และลมหายใจออกด้วย ก็จะเกิดสมาธิขึ้นมาเช่นกัน

 

การฟังเพลง

- การฟังเพลงเป็นส่วนเสริมให้เกิดสมาธิเป็นอย่างดี แต่ควรเลือกเพลงที่ทำให้จิตใจสงบ ไม่ปลุกเร้าให้เกิดอารมณ์วุ่นวาย เพลงที่เลือกจึงควรเป็นเพลงที่ไม่มีเนื้อร้อง หรือมีเนื้อร้อง แต่ฟังแล้วจิตใจผ่องใส คิดแต่สิ่งดีงาม แต่ที่สำคัญต้องเลือกเพลงที่ตนเองชอบเป็นสำคัญ

 

การสวดมนต์ภาวนา

ผู้ที่สวดมนต์ภาวนาเป็นประจำจะทำให้เกิดสมาธิ เพราะร่างกายอยู่ในสภาวะผ่อนคลาย และช่วยให้เกิดสมาธิ ใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่กำลังกระทำอยู่ นั่นก็คือ การสวดมนต์นั่นเอง

 

- จะเห็นว่าการทำสมาธิไม่ได้เป็นเรื่องยากจนเกินไป อีกทั้งยังสามารถทำได้ตลอด ทำได้สอดคล้องไปกับการดำเนินชีวิตประจำวัน หากจะมีใครมาทักว่าหน้าใส อย่าลืมบอกเขาว่าไปทำสมาธิมา ไม่ได้ใช้สิ่งใด ๆ เลย...

 

 

 


 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป