เมตตาธรรม

25 ก.พ. 2557 15:59 น. | เปิดอ่าน 942 | ความคิดเห็น 0

 

 

- "เมตตาธรรมค้ำจุนโลก" ภาษิตบทนี้เป็นบทที่ได้ยินได้ฟังกันมาจนคุ้นหู "เมตตา" หมายถึง ความรัก ความปรารถนาดี อยากให้คนอื่นมีความสุข มีจิตอันแผ่ไมตรี คิดทำประโยชน์แก่มนุษย์ และสัตว์ทุกถ้วนหน้า

 

- มีพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานไว้ เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2552 ตอนหนึ่งว่า

- "ความพร้อมเพรียงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่ทุกคนทุกฝ่ายแสดงให้เห็น ทำให้ข้าพเจ้าระลึกถึงคุณธรรมข้อหนึ่งที่อุปถัมภ์ และผูกพันคนไทยให้ร่วมกันเป็นเอกภาพ สามารถธำรงชาติบ้านเมืองให้มั่นคงเป็นอิสระยั่งยืนมาช้านาน "คุณธรรม" ข้อนั้นคือ ไมตรี ความมีเมตตาให้กันและกัน คนที่มีไมตรีต่อกันจะคิดอะไรก็คิดแต่ในทางสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลกัน จะพูดอะไรก็ใช้เหตุผลเจรจากันด้วยความเข้าอกเข้าใจกัน จะทำอะไรก็ช่วยเหลือร่วมมือกันด้วยความมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน ข้าพเจ้าจึงขอให้ท่านทั้งหลายได้พิจารณาทบทวนให้ทราบตระหนักแก่ใจอีกครั้งหนึ่งว่า ในกายในใจคนของไทยเรายังมีคุณธรรมข้อนี้อยู่หนักแน่น พร้อมมูลเพียงใด จะได้มั่นใจว่าเราจะสามารถรักษาประเทศชาติและความเป็นไทยของเราไว้ได้ยืนยาวตลอดไป"

 

- ในพระราชดำรัสนี้ทรงมีพระราชประสงค์จะให้คนไทยมีไมตรีต่อกัน ไมตรีนั้นย่อมเป็นที่ทราบกันดีโดยทั่วไป เพราะเป็นคุณธรรมในพระพุทธศาสนาข้อหนึ่ง

 

- ไมตรี หรือ เมตตา เป็นความปรารถนาจะให้ผู้อื่นได้ดีมีความสุข เป็นความรักที่ไม่เจือด้วยราคะ เป็นความรักที่เกิดขึ้นจากใจที่เป็นกุศลและเผื่อแผ่เยือกเย็น เป็นใจที่ไม่อาฆาต ไม่พยาบาทจองเวร เป็นไปในลักษณะที่ปรารถนาดีและหวังดีต่อมนุษย์สัตว์ทุกถ้วนหน้า

 

- คนที่มีเมตตาไมตรีเป็นอัธยาศัยจึงเป็นคนที่มีลักษณะแห่งความเป็นเพื่อนรัก มีน้ำใจเอื้อเฟื้อ มีความหวังดีต่อผู้อื่น เป็นมิตรจิตมิตรใจ ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน แม้แต่มารดาท่านก็นับว่าเป็นมิตรประจำบ้าน

 

- เมตตา และ ไมตรี จึงเกิดมาแต่มูลศัพท์เดียวกัน เมตตา คือ ความหวังดีปรารถนาดี ไมตรี คือ ความเอื้อเฟื้อเกื้อกูล ช่วยเหลืออนุเคราะห์ สงเคราะห์ เหมาะกับคำไทยที่ว่า "น้ำใจไมตรี" ซึ่งมีความหมายว่า ความรักอันเกิดจากน้ำใสใจจริง ไม่หวังสิ่งตอบแทน ไม่เห็นแก่ได้ ไม่เห็นแก่ตัว

 

- น้ำ ทำให้ต้นไม้มีใบ มีดอก มีผล มีร่ม มีชีวิต หากขาดน้ำก็ขาดใบ ขาดดอก ขาดผล ขาดร่ม ขาดชีวิต จิตใจของคนเราก็เช่นเดียวกัน ถ้ามีน้ำใจไมตรีก็มีแต่ความรักความอบอุ่น เป็นที่รักใคร่นับถือของเพื่อนบ้าน เป็นปราการป้องกันอันตรายอันประเสริฐ และเป็นบ่อเกิดแห่งบริวารชนคนช่วยเหลือ เมื่อแล้งน้ำใจก็เหมือนต้นไม้ขาดน้ำ บริวารก็ไม่มา แม้มาก็จะพากันหนี และมีจำนวนลดลง เพราะความเห็นแก่ตัว คนเห็นแก่ตัวคือคนแล้งน้ำใจ ไม่มีไมตรีจิตคิดเมตตานั่นเอง

 

- ด้วยเหตุที่ในปัจจุบันสถานภาพทางสังคมมีความแข่งขันกันมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหน้าที่ หรือการทำงาน คุณภาพด้านความรู้ความสามารถอาจจะสูงเยี่ยม แต่คุณภาพทางศีลธรรมกลับลดต่ำลง ถ้าทุกคนขาดศีลธรรมเป็นต้นว่าเมตตา โลกจะต้องพินาศย่อยยับเป็นแน่ เราจึงควรร่วมมือกันสรรค์สร้างสังคมให้มีศีลธรรม เพื่อช่วยประคับประคองสังคมให้สงบร่มเย็นตลอดไป

 

 

 


 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป