Digital Detox บำบัดติดโซเชียล

25 มี.ค. 2557 12:23 น. | เปิดอ่าน 722 | ความคิดเห็น 0

"ดิจิตอล ดีท็อกซ์" (Digital Detox) วิธีบำบัดอาการติดโซเชียลแนวใหม่

 

- ยุคสมัยนี้ ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็มักจะเห็น ผู้คนต่างก้มหน้าก้มตาจดจ้องอยู่กับโทรศัพท์ แทบจะทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน หรือนั่ง ดูเหมือนว่าโทรศัพท์จะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในชีวิต จนทำให้เราสนใจสิ่งรอบข้างน้อยลง ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก้มหน้า แล้วหันมาใช้ชีวิตแบบง่าย ๆ ห่างไกลเทคโนโลยี

 


 

9 วิธีบำบัดอาการติดโซเชียลแนวใหม่ต่อไปนี้

1. ทำให้เหมือนแบบทดสอบ ปกติเราเช็กโทรศัพท์แทบจะทุก ๆ 15 นาที ยิ่งถ้ามีเสียงติ๊งร้องเตือนก็จะหยิบขึ้นมาดูโดยทันที ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกที่พอห่างจากโทรศัพท์เพียงแค่ชั่วระยะเวลาเดียว ความรู้สึกกระวนกระวายก็เริ่มเข้ามาก่อกวน แต่ในเมื่อตั้งใจจะลดอาการติดโซเชียลเน็ตเวิร์ก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นแล้ว เราก็ควรต้องใส่ความมุ่งมั่นให้เต็มเปี่ยม

- ง่าย ๆ ก็แค่คิดว่า ตอนนี้เรากำลังเล่นเกม หรือแบบทดสอบอยู่ โดยมีกติกา คือ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องไม่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แต่ถ้าจะเผลอเช็กทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก หรืออินสตาแกรมบ้าง ก็พอหยวน ๆ กันได้ เพียงแต่อย่าทำบ่อย ๆ ก็พอ

 

2. แค่เวลาสั้น ๆ อดทนให้ได้ ทุกวันนี้เราอยู่กับสังคมก้มหน้ามาจนชิน และเกือบลืมสนใจคนรอบข้างกันแล้ว ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไรเลย กับการที่เราเทความสำคัญให้เพื่อนในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือโซเชียลเน็ตเวิร์กอื่น ๆ มากกว่าคนในครอบครัว และเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ เรา ดังนั้น เมื่อมีโอกาสได้เงยหน้าจากจอโทรศัพท์แล้ว ก็อดทนให้ได้ตลอดรอดฝั่ง และอย่าลืมว่า การทำ "ดิจิตอล ดีท็อกซ์" (Digital Detox) ใช้เวลาแค่ 24 ชั่วโมง เวลาสั้น ๆ แค่นี้ โลกโซเชียลเน็ตเวิร์กของเราคงไม่สั่นคลอนหรอกเนอะ

 

3. จิ้มให้น้อย มิตรภาพแน่นแฟ้นขึ้น ถ้าคุณใส่ใจที่จะพูดคุยกับคนรอบข้างให้มากขึ้น สบตาเขาให้บ่อยกว่าเดิม แทนที่จะก้มหน้าจิ้มโทรศัพท์เพลินทั้งวัน คุณจะรู้เลยว่า การสื่อสารกันแบบตัวต่อตัวดีกว่าสื่อสารผ่านตัวอักษรตั้งเยอะ แถมยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้นได้ง่ายกว่ามาก ๆ เลยด้วย

 

4. ใส่ใจประสบการณ์ดีกว่า หลายคนคิดว่า รูปภาพในอินสตาแกรมช่วยเปิดโลกกว้างให้คุณได้เห็นอะไรหลายต่อหลายอย่าง และโซเชียลเน็ตเวิร์กก็ช่วยเปิดโลกกว้างให้คุณได้มากมาย โดยที่ลืมนึกไปว่า เพียงแค่เราเงยหน้ามองสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา สำรวจสิ่งแวดล้อมทุกตารางนิ้วด้วยสองตาของเราเอง มันให้ประสบการร์ชีวิตที่เจ๋งกว่ารูปที่ดูผ่านหน้าจอเป็นไหน ๆ

 

5. ฝึกสมาธิกับการใช้ชีวิตอย่างเชื่องช้า ไม่ปฏิเสธว่า โซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีความฉับไวสูงมาก เราสามารถรับรู้ข่าวสารผ่านจอสี่เหลี่ยมได้แบบเร็วทันใจ แต่ภายใต้ความคล่องตัวนั้นเราต้องยอมแลกกับความเร่งรีบในชีวิต จนบางทีก็แอบรู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน

- ถ้าอย่างนั้นอาจจะดีแล้วที่เรา ปิดการรับรู้ข่าวสารผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก แล้วหันมารับข่าวสารด้วยวิธีเดิม ๆ อย่างการอ่านหนังสือพิมพ์ หรือดูข่าวจากทีวีแทน เพราะคนที่เคยทำดิจิตอล ดีท็อกซ์ (Digital Detox) มาแล้วก็ได้ให้ข้อมูลว่า การใช้ชีวิตแบบเชื่องช้า ย้อนกลับไปรับข่าวสารด้วยวิธีที่เคยเป็นมา ช่วยให้เขามีสมาธิ และจิตใจนิ่งขึ้นมากเลยทีเดียว

 

6. เต็มที่กับความสนุกสนานที่แท้จริง โลกในโซเชียลเน็ตเวิร์กไม่มีอะไรมากไปกว่าการแชร์ข้อมูล หรือรูปภาพสวย ๆ มาอวดกัน ความสุขของเราก็เลยถูกจำกัดขอบเขตเอาไว้กับรูปในจอสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นั้นด้วย ทั้งที่จริง ๆ แล้วรอบกายของเรามีสิ่งที่เห็น และจับต้องได้จริง ๆ ให้สัมผัส และซึมซับความสุขเอาไว้กับตัวได้มากกว่าเยอะเลย

 

 

7. โฟกัสสิ่งที่ต้องการให้ชัดเจน ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเคยกล่าวเอาไว้ว่า อาการติดโซเชียลก็คล้าย ๆ กับอาการอยากอาหาร ที่แม้ว่าเราจะกินอาหารจานหลักจนอิ่มแล้ว แต่ปากก็ยังอยากกินของหวาน หรือผลไม้ล้างปากต่ออีกนิด และถ้าตามใจปากมาก ๆ คงไม่แคล้วกลายเป็นคนอ้วนโดยไม่ได้ตั้งใจ โซเชียลเน็ตเวิร์กก็เช่นกัน ถ้าเราเสพข่าวสารจากแหล่งอื่นมาเรียบร้อยแล้ว หรือพบปะเพื่อนฝูงจนพอใจ ก็ไม่จำเป็นต้องเช็กสังคมออนไลน์ให้เมื่อยมือหรอกเนอะ

 

8. มีเวลาในชีวิตอีกเพียบ เคยสังเกตไหมว่า ตั้งแต่มีเทคโนโลยีอย่างสมาร์ทโฟนเข้ามา เราห่างหายจากงานอดิเรกตัวอย่างเช่น การอ่านนิยาย ปลูกต้นไม้ เข้าครัวลองทำเมนูใหม่ ๆ กับคนรักไปเลย แต่ถ้าคุณลองชัตดาวน์สมาร์ทโฟนสัก 24 ชั่วโมง คุณจะมีเวลาว่างไปทำกิจกรรมที่เคยโปรดปรานเหล่านี้อีกเพียบเลย

 

9. คืนชีวิตที่เปี่ยมสุข ก่อนหน้าที่เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขนาดนี้ เชื่อว่าหลายคนใช้ชีวิตในอัตราที่เรียบเรื่อย ชิล ๆ กว่าตอนนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะไม่ต้องคอยกังวลว่าใครจะไลน์มาหา หรือทวีตมาแซว มีธุระอะไรก็นัดเจอ หรือโทรคุยกันแป๊ปเดียวก็รู้เรื่อง ดังนั้น หากคุณลองตัดโซเชียลเน็ตเวิร์กออกจากชีวิต แล้วกลับมาใช้ชีวิตเหมือนตอนก่อนมีสมาร์ทโฟนเข้ามา คุณจะรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจ แถมร่างกายก็จะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอีกมากเลยทีเดียว

 

 

- ลองห่างจากเทคโนโลยีสักพัก เพื่อคุณภาพชีวิต และสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้นสักหน่อยก็ไม่เลว อย่างน้อย ๆ ก็ถนอมสายตาของคุณไปได้มากแล้ว แถมยังมีเวลาได้ขยับร่างกาย และทำกิจกรรมอื่น ๆ ในชีวิตที่ไม่เคยได้ลองทำอีกสารพัดเลยด้วย

 

 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป