เรียนรู้โรคไตกันเถอะ

27 มี.ค. 2557 10:48 น. | เปิดอ่าน 842 | ความคิดเห็น 0

ช่วงน้ำทะเลหนุน การประปา กรองค่าของโซเดียมไม่หมด น้ำประปาจึงมีรสชาดเค็มกร่อย ๆ ดังนั้น จึงไม่ควรดื่มน้ำจากก๊อก ถึงแม้จะผ่านเครื่องกรองแล้ว ก็จะยังมีรสเค็มนิด ๆ ถ้าเราดื่มทุกวัน ไตจะทำงานหนักขึ้นแน่นอน คนป่วยต้องดูแลมากเป็นพิเศษ ไม่เว้นแม้เเต่สัตว์เลี้ยงในบ้าน

 

อาการแรกเริ่มไตวายเรื้อรัง

- ไตเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย มีขนาดเท่ากำปั้นของผู้เป็นเจ้าของ รูปร่างคล้ายถั่วแดง อยู่ด้านหลังทั้งสองข้างของลำตัวในแนวระดับของกระดูกซี่โครงล่าง หรือเหนือระดับสะดือ มีหน้าที่คือ ขับถ่ายของเสียอันเกิดจากการเผาผลาญอาหารประเภทโปรตีน (มีมากในเนื้อสัตว์ และอาหารจำพวกถั่ว) ควบคุมปริมาณน้ำ และเกลือแร่ และควบคุมการทำงานของฮอร์โมน

- ดังนั้น หากเมื่อไหร่ไตมีความบกพร่อง หน้าที่การขจัดของเสีย และดูแลความสมดุลก็จะบกพร่องไปด้วย ซึ่งผู้ป่วยบางรายจะมีอาการบ่งชี้ แต่บางรายจะแสดงอาการก็อยู่ในระยะรุนแรงแล้ว
โรคไตมีอยู่ 8 ชนิด แต่ที่รุนแรงก็คือ "ไตวายเรื้อรัง" โดยอาการแรกที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์ ซึ่งขณะนั้นผู้ป่วยยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นไตวาย คือ อาการอ่อนเพลีย ซึม ๆ มึนงง นอนไม่หลับ คันตามร่างกาย เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ความรู้สึกรับรสของลิ้นเปลี่ยนไป น้ำหนักลด ชาปลายมือปลายเท้า รู้สึกหนาวง่าย ปวดแสบปวดร้อนบริเวณเท้า ปวดศีรษะ เป็นต้น แต่อาการเหล่านี้ยังไม่ใช่อาการเฉพาะของโรคไต เพราะอาจพบในโรคอื่น ๆ ได้

 

 

อาการเตือนที่สำคัญ 6 อย่างที่ทำให้นึกถึงโรคไต คือ

  1. การเปลี่ยนแปลงของการขับถ่าย ปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ปัสสาวะออกน้อยลง
  2. มีอาการแสบร้อนเวลาถ่ายปัสสาวะ ปัสสาวะสะดุด หรือมีเศษนิ่วปนออกมา
  3. ปัสสาวะมีเลือดปน ปัสสาวะมีสีน้ำล้างเนื้อ หรือปัสสาสะเป็นฟอง
  4. การบวมของใบหน้า เท้า และท้อง
  5. อาการปวดเอว หรือหลังด้านข้าง (ไม่ต่ำกว่าเอวหรือไม่อยู่กลางหลัง)
  6. ความดันโลหิตสูง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีบางคนที่เป็นไตวาย แต่ไม่แสดงอาการเหล่านี้ จึงต้องอาศัยการตรวจร่างกายเพื่อวินิจฉัย

​- นายแพทย์สิร สุภาพ แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไต ได้กล่าวว่า โรคไตวายเรื้อรังมักเป็นผลแทรกซ้อนจากปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่ผู้ป่วยประสบอยู่แล้ว จากการศึกษาพบว่า กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยไตวายเรื้อรังมีสาเหตุมาจากความดันโลหิตสูง และเบาหวาน นอกจากนี้ยังพบสาเหตุอื่น ๆ อีกคือ เกาต์ เอสแอลอี ภาวะหัวใจวาย กรวยไตอักเสบเรื้อรัง รวมถึงการแพ้ยา

 

 

ควบคุมอาหารก่อนไตเสื่อมสภาพ

- ในผู้ป่วยไตวายที่ยังสูญ เสียสภาพไตไม่มาก จะต้องพยายามชะลอการเสื่อมของไตให้มากที่สุด ดังนี้

1. ควบคุมอาหาร

- โดยจำกัดอาหารที่มีโซเดียมมาก ได้แก่ อาหารที่มีรสเค็ม ทั้งเกลือ น้ำปลา ซอส หรือพวกดองเค็ม ดองเปรี้ยว หรือที่มีรสหวานจัด

- จำกัดอาหารที่มีโปรตีน และโพแทสเซียม ได้แก่ พวกเนื้อสัตว์ต่าง ๆ เครื่องในสัตว์ ไข่ นม พวกผัก หัวผักกาดสีแสด ผักชี ผักที่มีสีเขียวเข้ม ถั่ว ผลไม้แห้งทุกชนิด เช่น ลูกเกด ลูกพรุน กากน้ำตาล ช็อกโกแลต มะพร้าวขูด

- คำว่าจำกัดไม่ได้แปลว่ากินไม่ได้ แต่ว่าให้กินแต่น้อย ประมาณ 20-25 กรัมต่อวัน

- สำหรับผู้ป่วยที่เป็นไตวายขั้นรุนแรง จะต้องจำกัดปริมาณน้ำดื่มในแต่ละวันให้เหมาะสม ตามวิธีการคำนวณ ง่าย ๆ คือ

"ปริมาณน้ำดื่มแต่ละวัน = ปริมาณปัสสาวะของเมื่อวาน + 500 มิลลิลิตร"

2. รักษาด้วยยา

- เช่น ยาลดความดัน ยาจับฟอสฟอรัส หรือยารักษาความเป็นกรดในเลือด เป็นต้น

3. ดูแลตนเอง

- โดยไม่ทำงานหนัก ไม่เล่นกีฬาหักโหม อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทุกวันโดยใช้สบู่อ่อน ทาผิวหนังด้วยน้ำมัน หรือครีม เพื่อลดอาการผิวแห้ง และคัน ตัดเล็บให้สั้น ทำความสะอาดปาก และฟันบ่อย ๆ เพื่อลดการติดเชื้อ

- แต่หากผู้ป่วยมีอาการถึงระยะสุดท้ายแล้วจะต้องล้างไต โดยการฟอกเลือดจากเครื่องไตเทียม หรือผ่าตัดเปลี่ยนไต ซึ่งกระบวนการรักษาขั้นนี้ใช้เงินค่อนข้างสูง ดังนั้น ก่อนที่จะปล่อยให้โรคไตคุกคาม

 

 

วิธีป้องกันกันก่อนดีกว่ากันดีกว่าแก้

- จากการทดลองในหนูสองกลุ่มที่บรรพบุรุษของพวกมันมีความผิดปกติเกี่ยวกับไต คือ

  • หนูกลุ่มแรก  ให้อาหารที่มีการควบคุมปริมาณโปรตีนจากเนื้อสัตว์
  • หนูกลุ่มที่สอง ให้อาหารตามปกติทุกอย่าง

ผลการทดลอง ปรากฏว่า ไม่พบความผิดปกติของหนูกลุ่มแรก จึงสันนิษฐานในเบื้องต้นได้ว่า การลดโปรตีนสามารถหลีกเลี่ยงภัยจาก โรคไตได้

- ดังนั้น จึงขอแนะนำให้บริโภคอาหารที่จะช่วยไม่ให้ไตทำงานหนักมากขึ้นคือ ไม่กินแป้งที่ขัดขาว งดเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก ได้แก่ เนื้อ หมู ไก่ แล้วหันมาทานโปรตีนที่ได้จากพืช และทานผลไม้เป็นอาหารยามว่าง แทนที่จะเป็นขนมกรุบกรอบทั่วไป

- นอกจากนี้ นายแพทย์สิร สุภาพ ยังแนะว่า "ให้หมั่นออกกำลังกาย และทำจิตใจให้สงบ แจ่มใส ในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปควรจะตรวจปัสสาวะทุกปี เพื่อดูการทำงานของไตว่าปกติอยู่หรือไม่"

 

 

 

- หากคุณทำได้ตามนี้ จะสามารถหลีกหนีโรคภัยได้นานเลยค่ะ

 

 

 


ขอบคุณ

หมอแอน

(แพทย์แผนไทย ธิติมา อุ้ยคำ บภ., บว.)

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป