ภัยร้ายหลังการนอนหลับ

29 พ.ค. 2557 15:05 น. | เปิดอ่าน 499 | ความคิดเห็น 0

รู้ทันภัยร้าย... ภายใต้การนอนหลับ

- ภัยร้ายที่พบบ่อยในการนอนหลับมีหลายอย่างที่ต้องระวัง ทั้งการนอนกรน หยุดหายใจขณะนอน ซึ่งเป็นอันตราย หากรู้เท่าทันจะช่วยป้องกันได้... 

เคยตั้งคำถามมั้ย? ว่าทำไมเราจึงต้องการ การนอนหลับ

- ก็เพื่อให้ร่างกายคืนสมรรถภาพ โดยเฉพาะการทำงานของสมองให้เป็นไปได้อย่างปกติ ซึ่งการนอนหลับโดยปกติจะประกอบขึ้นด้วยสองระยะที่สลับกันไปมาทั้งคืน คือ REM sleep การกลอกตาทั้งสองข้างไปมาอย่างรวดเร็วในขณะหลับ ส่วน non-rapid eye คือ การนอนหลับในระยะที่ลูกตาสองข้างไม่กรอกไปมา โดยการนอนส่วนนี้ จะแบ่งได้เป็น 4 ระดับ คือ

1. การนอนที่ผิดปกติ

2. หลับไม่สนิท

3. นอนไม่หลับ

4. นอนไม่พอ ทำให้ตื่นมาไม่สดชื่น ซึ่งเป็นลักษณะของการอดนอน

 

สำหรับภัยร้ายภายใต้การนอนที่พบบ่อย มีดังนี้ 

ภาวะนอนไม่หลับ (Insomnia) 

- ภาวะนอนไม่หลับ คือ โรคที่ผู้ป่วยไม่สามารถนอนหลับได้ต่อเนื่อง ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการง่วงนอนแต่ไม่หลับ หรือนอนหลับสั้น ๆ ก็จะตื่นมากลางดึกและไม่สามารถข่มตาให้นอนหลับอีก หรือบางครั้งไม่สามารถนอนหลับได้เลยตลอดทั้งคืน ซึ่งการจะหาสาเหตุนั้นมักมาจากการซักประวัติ ซึ่งต้องครอบคลุมทุกระบบ โดยการวินิจฉัยภาวะการนอน “Polysomnography” เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้ทราบสาเหตุของโรคได้ 

  • สาเหตุของการนอนไม่หลับ อาจมาจากหลายปัจจัย อาทิเช่น 

​- อาหาร เครื่องดื่ม หรือสารที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน สารกระตุ้น หรือยาบางประเภท 

สิ่งแวดล้อมขณะหลับ เช่น เตียงนอน สภาพแวดล้อมในห้องนอน นอนผิดที่ ความสว่างและเสียงรบกวน 

การเดินทางผิดเวลา การทำงานเป็นกะ 

ความวิตกกังวล ความเครียด เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท 

โรคสมองบางอย่าง เช่น พาร์กินสัน สมองเสื่อม โรคไต โรคไทรอยด์ เนื้องอกในสมอง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งทำให้ตื่นบ่อยๆ เป็นต้น 

  • อาการของการนอนไม่หลับ 

​- ภาวะง่วงนอนเวลากลางวัน (Excessive daytime sleepiness) 

ภาวะนอนไม่หลับ (Insomnia) 

อาการกรน และภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ 

แขนขาเคลื่อนไหวผิดปกติขณะนอนหลับ 

ภาวะนอนกรน 

- “นอนกรน ไม่ได้สร้างปัญหาแค่เสียงรบกวนอันน่ารำคาญเท่านั้น แต่อันตรายจากการนอนกรน อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ” 

- ผลกระทบจากการนอนกรน อาจทำให้ผู้ป่วยหยุดหายใจบางขณะ สร้างปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพและการดำเนินชีวิตประจำวันมากมาย เช่น ง่วงในเวลากลางวัน สมาธิสั้น อ่อนเพลียเรื้อรัง หงุดหงิดอารมณ์เสีย ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง และผู้ที่นอนกรนยังมีโอกาสเสี่ยงในการเป็นหลอดเลือดสมองแตก สมองเสื่อม โรคหัวใจขาดเลือด โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หย่อนสมรรถภาพทางเพศ และส่งผลต่อความสามารถในการจดจำและการใช้ความคิดอีกด้วย นอกจากนี้ ผู้ที่กรนเสียงดัง ๆ ยังรบกวนคู่นอนทำให้นอนไม่หลับได้ 

การนอนกรนคงจะไม่เป็นอันตรายใด ๆ หากไม่มีภาวะการหายใจที่ผิดปกติและหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งผู้ป่วยที่มีทางเดินหายใจแคบมากในเวลาหลับ เมื่อยังหลับไม่สนิทจะมีเสียงกรนที่สม่ำเสมอ แต่เมื่อหลับสนิทจะเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ มีเสียงกรนที่ติดสะดุดไม่สม่ำเสมอ โดยจะมีช่วงกรนเสียงดัง-ค่อยสลับกันเป็นช่วง ๆ และจะกรนดังขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีช่วงหยุดกรนไปชั่วระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการหยุดหายใจ ผู้ป่วยจะมีอาการหายใจติดขัดเหมือนคนสำลักน้ำ และจะทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง เป็นผลให้ขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมองระหว่างนั้นอาจทำให้เซลล์สมองเสื่อมได้ 

ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (Sleep Apnea) 

- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นภาวะที่เกิดจากการมีสิ่งกีดขวางทางเดินหายใจ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงเกิดการไหลเวียนของอากาศที่หายใจเข้าไปไม่สะดวก 

  • ​อาการที่แสดงของภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ 

มีเสียงกรนขณะนอนหลับ 

- ตื่นนอนแล้วมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ เจ็บคอ หรือเพลียหลังจากตื่นนอน นับเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ 

ง่วงนอนทั้งวัน (Daytime Sleepiness) ทั้งที่นอนหลับมาทั้งคืน ภาวะนี้จะเป็นอันตรายมากถ้าต้องขับรถอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน 

  • การรักษาการนอนหลับที่ผิดปกติในภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ 

​- งดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ งดยานอนหลับ หรือยากล่อมประสาท หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำชา กาแฟ 

การควบคุมน้ำหนัก โดยการจำกัดปริมาณและชนิดอาหาร 

- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง กล้ามเนื้อตื่นตัว และเป็นมาตรการในการลดน้ำหนัก 

- นอนในท่าตะแคง หลีกเลี่ยงการนอนในท่านอนหงาย และควรนอนศีรษะสูงเล็กน้อย 

- รีบปรึกษาแพทย์ เมื่อมีการหยุดหายใจขณะหลับ แพทย์จะพิจารณาแนวทางรักษาจากความรุนแรง และสาเหตุของโรค

- ในกรณีผู้ป่วยมีอาการรุนแรงมาก ผู้ป่วยควรใส่เครื่อง Nasal CPAP (Nasal Continuous Positive Airway Pressure) เครื่องนี้จะปล่อยแรงดันบวก และจะทำให้ช่องทางเดินหายใจที่แคบกว้างขึ้น จึงทำให้ผู้ป่วยหายใจได้สะดวกและหลับสบายขึ้น ในปัจจุบันการรักษาด้วยวิธีนี้ ถือว่าเป็นการรักษาที่ได้ผลดีที่สุด 

 

ทางเลือกในการรักษา มีอะไรบ้าง 

1. วิธีไม่ผ่าตัด 

- การรักษาแบบ Positive Airway Pressure Therapy เป็นการใช้เครื่องพ่นอากาศ (Machine) โดยแพทย์อาจ เลือกใช้เครื่องช่วยหายใจ CPAP ซึ่งเป็นเครื่องครอบจมูกขณะหลับ เพื่อช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น วิธีนี้ปลอดภัย และได้ผลดีในผู้ป่วยเกือบทุกราย 

2. วิธีผ่าตัด 

แพทย์อาจรักษาโดยวิธี Somnoplasty คือ การจี้กระตุ้นใหเพดานอ่อนหดตัวลง โคนลิ้นหดตัวลง หรืออาจตัดสินใจใช้วิธีการผ่าตัดเอาส่วนที่ยืดยานออก ซึ่งการจะพิจารณาเลือกรักษาโดยวิธีใดนั้น ก็ขึ้นกับความเหมาะสมในแต่ละกรณีไป 

 

วิธีปฏิบัติเพื่อการนอนหลับที่ดี 

หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ก่อนนอน 2 ชั่วโมง 

อย่าเข้านอนเวลาหิว 

หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ คาเฟอีน ผสมอยู่ ก่อนนอน 3 ชั่วโมง 

ความเครียด ความวิตกกังวล เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เรานอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท ก่อนนอนควรผ่อนคลาย 

หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน 

หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหนักก่อนนอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

 

ขอบคุณ

ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลเวชธานี

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป