วิธีดูแลหมา แมวในคอนโด

3 ก.ค. 2557 14:28 น. | เปิดอ่าน 856 | ความคิดเห็น 0

 

- อ.น.สพ.ชัยยศ ธารรัตนะผู้ช่วยคณบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้คำแนะนำการเลี้ยงสัตว์ในคอนโดหรือในห้องพักที่มีพื้นที่จำกัดว่า

 

1. ควรลือกสัตว์เลี้ยงให้เหมาะกับขนาดพื้นที่ โดยเลือกสัตว์ตัวเล็ก ๆ

 

2. ต้องหมั่นสังเกต และตัดเล็บสัตว์เลี้ยงให้สั้นอยู่เสมอสัตว์ที่เลี้ยงในคอนโดเล็บจะยาวกว่าปกติ เพราะพื้นคอนโดเป็นไม้เป็นพื้นแบบลื่นฉะนั้นสัตว์จะไม่ได้ฝนเล็บตามธรรมชาติ ต่างจากสัตว์ที่เลี้ยงตามบ้านที่ได้ออกไปเดินพื้นคอนกรีตได้งฝนเล็บตามธรรมชาติ

 

3. ต้องให้ความรักความเอาใจใส่ ต้องมีกิจกรรมกับเขาเพราะสัตว์ที่ถูกทิ้งไว้คนเดียวจะขาดความอบอุ่น เกิดความเครียด จะเลียตัวเองแทะตัวเองเหมือนที่คนกัดเล็บตัวเอง

 

4. ต้องหาเวลาพาเขาออกไปออกกำลังกายไปเจอสังคมเพื่อให้เขามีสุขภาพแข็งแรงขึ้น เราอาจจะคิดว่าการโยนลูกบอลเล่นในห้องเพียงพอแล้วแต่ต้องอย่าลืมว่าพื้นลื่นมันทำให้ขาลื่นออกบ่อย ๆ ฉะนั้นต้องพยายามดูแลพื้นไม่ให้ลื่นเพื่อไม่ให้มีปัญหาโรคข้อและกระดูก

 

5. ต้องดูแลรักษาความสะอาดสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเวลาที่พาสัตว์เลี้ยงออกไปข้างนอกไม่ว่าจะเป็นการพาไปโรงพยาบาล ไปเดินเล่น ไปตัดขน ก็เป็นโอกาสที่เขาจะติดเห็บและหมัดกลับมาที่ห้องต้องดูด้วยว่าที่ไหนปลอดภัยหรือที่ไหนเสี่ยงที่จะติดเห็บหมัดหรือถ้าพาออกไปสม่ำเสมอต้องให้ยาควบคุมป้องกันเห็บหมัดอย่างสม่ำเสมอ

 

6. เรื่องสภาพอากาศเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องระวังและดูแลทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่ที่พันธุ์ของสัตว์ที่เลี้ยง สุนัขพันธุ์ที่มีหน้าสั้นขนสองชั้น หรือขนหนามาก ๆ เช่น พันธุ์ปอมเมอเรเนียน ไซบีเรียนฮัสกี้ซึ่งเป็นสุนัขที่มีถิ่นกำเนิดมาจากเมืองหนาวไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อนในบ้านเรา เพราะฉะนั้นถ้าจะเลี้ยงต้องมั่นใจว่าอากาศถ่ายเทได้สะดวกไม่ร้อน และไม่แนะนำให้ทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ในห้อง เพราะสัตว์ไม่มีการระบายอากาศออกทางเหงื่อเหมือนคนสัตว์ถ่ายเทความร้อนออกจากร่างกายโดยการหายใจเอากาศเข้าไป ถ้าอยู่ในที่ที่อากาศร้อนจะเสี่ยงมากต่อการเสียชีวิตฉะนั้นถ้าต้องทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ลำพังแต่ไม่อยากเปิดแอร์ทิ้งไว้ก็ไม่ควรเลี้ยงสุนัขพันธุ์ที่มีขนหนา

 

7. ให้สังเกตอาการของสัตว์เลี้ยง เพราะสัตว์อาจจะมีโอกาสแพ้ข้าวของเครื่องใช้เขาอาจแพ้ของใช้ของเขาเอง เช่น ชามอาหารที่เป็นพลาสติก สังเกตได้โดยดูว่ามีผื่นแดงรอบปากหรือไม่ถ้าเขาแพ้ชามอาหารพลาสติกให้เปลี่ยนมาใช้ชามสแตนเลสแล้วจะหาย และอีกอย่างที่คนมักจะเข้าใจผิดคือแชมพู สบู่ที่คนใช้ได้ ก็ควรจะใช้กับสัตว์ได้เช่นกัน ซึ่งความจริงแล้วอะไรที่ดีสำหรับคนแล้วจะดีสำหรับสัตว์เสมอไปเพราะคนกับสัตว์มีความต่างกัน ความเป็นกรดด่างของผิวไม่เท่ากัน ควรใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์โดยเฉพาะ

 

 

 



ขอบคุณ

Prachachat Online

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป