ยำถั่วพู อาหารดีมีประโยชน์

25 ก.ค. 2557 14:05 น. | เปิดอ่าน 920 | ความคิดเห็น 0

 

- ถ้าจะกล่าวถึงอาหารประเภทยำสักอย่าง ยำถั่วพูนับเป็นอาหารยำจานหนึ่งที่ผู้บริโภครู้จักกันดี เนื่องจากกินเป็นกับข้าวหรือเป็นกับแกล้มก็ได้ เพราะเป็นอาหารที่ผสมระหว่างเนื้อสัตว์และผักเข้าด้วยกัน ปรุงรสให้มีรสจัด เปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด มีน้ำขลุกขลิก

 

- ยำของภาคกลางมี 2 ประเภท คือ ยำที่ใส่กะทิและยำที่ไม่ใส่กะทิ ยำถั่วพูเป็นยำประเภทที่ใส่กะทิ มะพร้าวคั่วและน้ำพริกเผา รสชาติของยำถั่วพูจะมีรสเปรี้ยวนำ ตามด้วยรสเค็ม หวานและมันจากกะทิ มะพร้าวคั่วและรสเผ็ดจากน้ำพริกเผาซึ่งจะให้กลิ่นหอมอีกด้วย 

 

- ถึงแม้ว่ายำถั่วพูจะไม่ได้รับความนิยมในระดับที่สูง แต่ก็เป็นอาหารที่ได้รับการแนะนำว่าสมควรส่งเสริมให้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เนื่องจากเป็นอาหารประเภทยำที่ใช้ผักเป็นหลัก  การยำถั่วพูใช้ได้ทั้งถั่วพูดิบและถั่วพูต้มสุก บางท่านอาจจะไม่ชอบกลิ่นของถั่วพูดิบ ก็ทำให้สุกเสียก่อนเพื่อลดกลิ่นเหม็นเขียวของถั่วพู 

 

ยำถั่วพู จะได้คุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้

  • 1 หน่วยบริโภค เท่ากับ 100 กรัม
  • พลังงาน 160 กิโลแคลอรี
  • ไขมัน 8.2 กรัม
  • โปรตีน 9.3 กรัม 
  • คาร์โบไฮเดรต 12.3 กรัม

(ที่มาของข้อมูล : จากรายงานการวิจัย "คุณค่า อาหารไทยเพื่อสุขภาพ" โดยทีมวิจัยสถาบัน วิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล)

 

ส่วนผสม และ วิธีการทำ มีดังนี้

  • ส่วนผสม
    • ถั่วพู 30 ฝัก
    • เนื้อหมูต้มฉีก 70 กรัม
    • กุ้งแชบ๊วยต้ม 15 ตัว
    • หัวกะทิเคี่ยว 13 ถ้วย
    • (มะพร้าวขูด 2 1/2 ถ้วยตวง คั้นกับน้ำ 14 ถ้วยตวง )
    • มะพร้าวขูดคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ
    • หอมแดงเจียว 4 ช้อนโต๊ะ
    • ถั่วลิสงคั่วโขลกหยาบ 3 ช้อนโต๊ะ
    • พริกแห้งแกะเม็ดคั่ว 4 เม็ด
    • หอมแดงเผา 4 หัว
    • กระเทียมเผา 4 หัว
    • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำตาลทราย  3  ช้อนโต๊ะ
    • ผักกาดหอมสำหรับรองจาน
  • วิธีทำ
    • คั้นมะพร้าวด้วยน้ำต้มสุก (อุ่น) เพื่อให้ได้กะทิที่เข้มข้น นำหัวกะทิที่ได้ไปเคี่ยวไฟอ่อน คนอย่าให้เป็นก้อน แล้วนำกะทิ ที่เคี่ยวแล้วแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 (ประมาณ 14 ถ้วยตวง)  ใช้สำหรับผสมน้ำยำ ส่วนที่ 2 ใช้ราดหน้า
    • นำเนื้อหมูไปต้ม แล้วนำมาฉีกเป็นเส้น ๆ พักไว้
    • ต้มกุ้งแล้วแกะเอาแต่ส่วนเนื้อ ผ่าซีกกลางตัวเพื่อเอา สิ่งสกปรกกลางหลังออก
    • ล้างถั่วพูให้สะอาดตัดหัวตัดท้าย ซอยเฉียงยาว ๆ หนา ประมาณ 1 มิลลิเมตร ลวกในน้ำเดือดประมาณ 3 นาที ตัก ขึ้นแช่ในน้ำเย็น พักให้สะเด็ดน้ำ
    • นำส่วนผสมน้ำยำคือพริกแห้งแกะเม็ดคั่วออก โขลก ละเอียด ตามด้วยหอมแดงเผา กระเทียมเผาโขลกละเอียดใส่ ภาชนะรวมกัน ใส่หัวกะทิ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำมะนาว คนให้ละลายและเข้ากัน
    • ผสมถั่วพู เนื้อหมูและกุ้ง ปรุงรสด้วยน้ำยำผสมให้เข้า กันเคล้าเบาๆ เพื่อไม่ให้ถั่วพูช้ำ เนื้อหมูและกุ้งไม่เละ ใส่ถั่วลิสง คั่ว มะพร้าวคั่ว คลุกให้เข้ากัน
    • ตักใส่จานที่รองด้วยผักกาดหอม เพื่อให้ดูน่ากิน ราด หน้าด้วยหัวกะทิเคี่ยวแล้วโรยด้วยหอมเจียว

 

ได้อ่านสูตรและวิธีทำไปแล้วผู้เขียน   หวังว่าอาหารจานยำมื้อต่อไปคงจะมียำถั่วพู ร่วมบนโต๊ะอาหารของผู้อ่านบ้างสักหนึ่งมื้อ ยำถั่วพูอาจจะไม่ใช่อาหารที่เด็ก ๆ (บางคนที่ ไม่ชอบผัก) ชอบกินนักเพราะมีผักเป็นหลัก แต่ก็มีสิ่งจูงใจในจาน คือ กุ้งแชบ๊วย เนื้อหมู ต้มฉีกและอาจจะมีไข่ต้มผ่าซีกเพิ่มเติม ปรุงรส ให้เผ็ดน้อยลง เด็ก ๆ ก็สามารถกินได้อย่าง สบาย เป็นการฝึกให้เด็กได้กินผักอีกทางหนึ่ง

 


เคล็ดลับ

1. ถั่วพูต้องสด ฝักไม่อ่อนไม่แก่จน เกินไป ผักจึงจะกรอบ

2. วิธีการลวกถั่วพู น้ำต้องเดือดใส่ เกลือลงในน้ำเล็กน้อย ต้มเพียง 3 นาที  ตักขึ้นแช่ในน้ำเย็นจัด ถั่วพูจะกรอบและมีสีเขียวสวย

3. กุ้งแชบ๊วยเลือกตัวขนาดกลาง ไม่ต้องใหญ่มาก ถ้าไม่มีกุ้งแชบ๊วยใช้กุ้ง กุลาดำตัวใหญ่แทนก็ได้

4. เนื้อหมูถ้าต้องการให้ฉีกเป็น  เส้นยาวสวยควรใช้หมูสันใน

 

 

 

 


ขอบคุณ

ศศพินทุ์ ดิษนิล

หมอชาวบ้าน

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป