หยุดคิดซักนิด.... ก่อนตัดสินใจทานยาลดความอ้วน!!

4 ส.ค. 2557 11:16 น. | เปิดอ่าน 796 | ความคิดเห็น 0

 

- ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ เลขาธิการ อย. กล่าวว่า ยาลดความอ้วนที่ใช้กันอยู่ในขณะนี้แบ่งเป็นกลุ่มหลัก ๆ คือ

  • ประเภทที่ 1 ยากลุ่มที่ออกฤทธิ์ต่อจิต และประสาทโดยตรง
  • ประเภทที่ 2 เป็นอนุพันธ์ของแอมเฟตามีน

 

- ได้แก่ แอมฟีปราโมนเฟนเตอร์มีน ยากลุ่มนี้จะออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง กระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาท ลดความอยากอาหาร ลดความถี่ของการรู้สึกหิว ทำให้เกิดอาการเบื่ออาหาร อาการไม่พึงประสงค์ของยา คือ ปากแห้ง หัวใจเต้นเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ มึนงง หงุดหงิด สั่น กระสับกระส่าย เหงื่อออก คลื่นไส้ ท้องผูก ความดันโลหิตสูง และติดยา

 

- ยาลดความอ้วนที่จัดเป็นยา ได้แก่ ยาไซบูทรามีน ยาจะออกฤทธิ์ลดความอยากอาหาร ขณะนี้อยู่ระหว่างขอขึ้นทะเบียนเป็นยาใหม่ จัดเป็นยาควบคุมพิเศษ ที่ต้องจำหน่ายโดยมีใบสั่งแพทย์ และให้ใช้ได้เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น อาการไม่พึงประสงค์ของยา คือ ปากแห้ง ใจสั่น นอนไม่หลับ เบื่ออาหารท้องผูก มึนงง คลื่นไส้

 

- ส่วนยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ที่ใช้ในการย่อยไขมัน (คนทั่วไปเรียกยาดักไขมัน) ทำให้ไขมันไม่ถูกย่อยเป็นกรดไขมันอิสระ และถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายน้อยลงในคนที่บริโภคของมัน ๆ แต่ไม่อยากอ้วนจะทานยาชนิดนี้ จัดเป็นยาอันตรายที่ต้องจำหน่ายในร้านขายยาแผนปัจจุบันเท่านั้นอาการไม่พึงประสงค์ของยา คือ ท้องอืด ไม่สบายท้อง ปวดท้อง กลั้นอุจจาระไม่ค่อยได้ร่างกายขาดวิตามินที่ละลายในไขมัน

 

- สำหรับยาลดความอ้วนที่นิยมใช้ จัดอยู่ในกลุ่มวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่ 2 แต่ในการลดความอ้วนมักจะได้รับยาตัวอื่นเพิ่มเติม จากการสำรวจของกองควบคุมวัตถุเสพติด พบว่า มีการจ่ายยาลดความอ้วนจากสถานพยาบาลเอกชนโดยจัดไว้เป็นชุด ๆ ให้รับประทานเหมือนกันในแต่ละวัน

 

โดยยาลดความอ้วน 1 ชุดจะประกอบไปด้วยยาประมาณ 1 - 6 รายการ จากกลุ่มยา ดังต่อไปนี้

1. กลุ่มวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 ได้แก่ แอมฟีปราโมน เฟนเตอร์มีน

 

2. ฟลูอ็อกซิติน (Fluoxetine) โดยปกติใช้เป็นยาต้านอาการซึมเศร้าแต่มีผลข้างเคียงในการช่วยทำให้ไม่อยากอาหาร จึงถูกนำมาใช้ในยาชุดลดความอ้วน

 

3. ธัยรอยด์ฮอร์โมน จะทำให้กระบวนการเผาผลาญพลังงานของร่างกายเพิ่มขึ้นยากลุ่มนี้มีผลต่อหัวใจ และหลอดเลือด ทำให้ใจสั่น ความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว หัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตายได้

 

4. ยาขับปัสสาวะ ยาจะทำให้ผู้ป่วยปัสสาวะเพิ่มขึ้นซึ่งมีผลเสียต่อร่างกาย โดยอาจสูญเสียน้ำและเกลือแร่ ทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือด และระดับแมกนีเซียมในเลือดต่ำ ระดับแคลเซียมในเลือดสูง กรดยูริกในเลือดสูงทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเกาต์ กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นตะคริว หัวใจเต้นผิดจังหวะ

 

5. ยาถ่ายหรือยาระบาย จะกระตุ้นทำลำไส้ให้บีบตัว ทำให้ถ่ายมากหรือบ่อยขึ้น ทำให้สูญเสียน้ำและเกลือแร่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผอมลงเร็วเนื่องจากน้ำหนักลด หลังจากใช้ยา

 

6. วิตามิน ยานี้ให้เพื่อลดผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากการใช้ยา คือ การขาดวิตามิน เนื่องจากรับประทานอาหารน้อยลงและการใช้ยาระบาย

 

7. ยากลุ่ม บีต้า บล็อกเกอร์ (b-blockers) ยาจะลดอาการใจสั่น ที่เป็นผลข้างเคียงของยากลุ่มอนุพันธ์แอมเฟตามีน และธัยรอยด์ฮอร์โมน ยากลุ่มนี้ ปกติจะใช้เพื่อการรักษาความดันโลหิตสูง ยาออกฤทธิ์ยับยั้งประสาท กระตุ้นระบบการทำงานของหัวใจ (sympsthomimetic effect) ที่หัวใจจะลดจำนวนเลือดที่จะบีบออกจากหัวใจในแต่ละครั้ง (cardiac output) ลดอัตราการเต้นของหัวใจ เป็นต้น

 

8. ยานอนหลับ เนื่องจากผลข้างเคียงของยากลุ่มอนุพันธ์แอมเฟตามีนซึ่งกระตุ้นระบบประสาท ส่วนกลางทำให้นอนไม่หลับจึงมีการจ่ายยานี้ร่วมด้วยการใช้ยาลดความอ้วนจะต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ เนื่องจากเป็นยาที่มีข้อควรระวัง ข้อห้ามใช้มากมาย และมีผลข้างเคียงหลายอย่าง จึงไม่แนะนำให้ซื้อมาทานเอง 

 

 

- ก่อนตัดสินใจทานยาลดความอ้วน ให้เลือกวิธีที่ปลอดภัยที่สุด มิฉะนั้น อาจเสียชีวิตโดยไม่ทันระมัดระวังได้ 

 

 

 


ขอบคุณ

หมอแอน

(แพทย์แผนไทย ธิติมา อุ้ยคำ บว., บภ.)

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป