โรค หูด

6 ส.ค. 2557 12:06 น. | เปิดอ่าน 1,577 | ความคิดเห็น 0

 

หูดคืออะไร ?

- หูดเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส ลักษณะของรอยโรคหูดโดยทั่ว ๆ ไปมักจะเห็นเป็นตุ่มแข็งมักอยู่กันเป็นกลุ่มมีขนาดได้ต่าง ๆ กัน ตั้งแต่ขนาดเล็กเพียงไม่กี่มิลลิเมตรไปจนถึงขนาดใหญ่เป็นเซนติเมตร เมื่อเราผ่าหน้าตัดของตุ่มแข็งนี้ออกจะเห็นว่ามีจุดเลือดออกเล็ก ๆ ของเส้นเลือดที่มาเลี้ยงหูด ตำแหน่งที่มักจะพบได้บ่อย ๆ เช่น มือ เท้า ส่วนที่หน้ามักพบเป็นหูดเม็ดแบน ๆ เล็ก ๆ เป็นจำนวนมากซึ่งจะพบในเด็กได้บ่อย

- นอกจากหูดที่พบได้ทั่ว ๆ ไปดังกล่าวแล้ว ยังมีหูดชนิดพิเศษที่ขึ้นบริเวณเนื้อเยื่ออ่อนแถวอวัยวะเพศ รอบทวารหนัก เรียกว่า หูดหงอนไก่ เป็นตุ่มแดงนุ่มลักษณะคล้ายหงอนไก่ ติดต่อได้ง่ายทางเพศสัมพันธ์

 

หูดติดต่อได้อย่างไร ?

- หูดติดต่อได้โดยการสัมผัส เมื่อผิวหนังแตกเป็นแผล หรือมีรอยถลอกจะทำให้เชื้อไวรัสสามารถแทรกตัวลงไปได้ง่ายขึ้น และใช้เวลาแบ่งตัวอยู่หลายเดือนกว่าเราจะเห็นหูดเป็นเม็ด ๆ ได้ด้วยตาเปล่า ในคนบางกลุ่มมีแนวโน้มที่จะติดหูดได้ง่ายกว่าปกติ รวมทั้งในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันลดลงเช่นในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เป็นต้น

 

หูดรักษาได้อย่างไร ?

หูดในผู้ป่วยบางรายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กสามารถหายได้เองแต่อาจใช้เวลาหลายเดือน หรือเป็นปี ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวอาจมีการกระจายของหูดได้เป็นจำนวนมาก จึงแนะนำว่าควรจะรักษาเสียตั้งแต่ยังเป็นน้อย ๆ  

 

วิธีรักษามีหลายวิธี เช่น

  • ใช้น้ำยา 
    • ซึ่งมีส่วนผสมของกรดซาลิซิลิค ความเข้มข้น 10-15 % มีขายในท้องตลาดทั่วไป ทาบนเม็ดหูดวันละ 2-3 ครั้ง โดยระวังอย่าให้ถูกผิวหนังปกติรอบ ๆ หูด การรักษาแบบนี้จะใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะเห็นผล แต่เป็นวิธีที่ไม่เจ็บสามารถใช้กับเด็กได้
    • น้ำยาโพโดฟิลลินใช้สำหรับรักษาหูดหงอนไก่ซึ่งดื้อต่อการรักษาและต้องรักษาทั้งสามี-ภรรยาพร้อม ๆ กันเพื่อไม่ให้เป็นซ้ำ
  • ​จี้เย็น
    • ​โดยใช้ไนโตรเจนเหลวซึ่งให้ความเย็นมากถึง 186o C การจี้ทำลายหูดวิธีนี้ต้องกระทำโดยแพทย์ผิวหนัง ผลการรักษา ไม่เกิดมีแผลเป็น และไม่เจ็บมากนัก แต่อาจต้องมารับการจี้ซ้ำหลายครั้งกว่าจะหายขาด
  • ​จี้ไฟฟ้า
    • ​วิธีนี้ให้ผลค่อนข้างดี แต่เจ็บและอาจมีแผลเป็นได้
  • ​เลเซอร์
    • ​เช่นเดียวกับวิธีจี้ไฟฟ้า แต่อาจให้ผลดีกว่าในรายของหูดที่เกิดในซอกเล็บซึ่งยากแก่การรักษา

​​

หูดหายขาดหรือไม่ ?

หูดสามารถหายขาดได้ แต่ขณะเดียวกันก็อาจติดซ้ำได้อีก หรืออาจเกิดใหม่ได้จากการที่เชื้อไวรัสเดิมยังไม่หมด ดังนั้น จึงควรรีบมารับการรักษาตั้งแต่เม็ดเล็ก ๆ เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ

 

 

 


ขอบคุณ

ภาควิชาตจวิทยา

 Faculty of Medicine Siriraj Hospital

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป