เป็น "รังแค" แก้อย่างไร

15 ก.ย. 2557 13:11 น. | เปิดอ่าน 1,131 | ความคิดเห็น 0

- รังแค เกิดจากการหลุดลอกของชั้นนอกสุดของหนังศีรษะมากเกินไป รังแคเป็นชื่อเรียกสะเก็ดที่หลุดออกมาจากหนังศีรษะ ซึ่งเป็นส่วนของผิวหนังชั้นนอกสุดมีการหลุดลอกออกจากหนังศีรษะในปริมาณที่มากกว่าปกติ ปกติแล้วผิวหนังชั้นนอกสุดที่เรียกว่า ชั้นขี้ไคล จะมีการหลุดลอกทิ้งตามปกติอยู่แล้ว ซึ่งจะหลุดลอกออกไปขณะอาบน้ำชำระล้างร่างกาย หรือในขณะที่ดำเนินชีวิตตามปกติ และในปริมาณน้อยจนไม่ได้สังเกต กรณีที่สะเก็ดที่หลุดออกจากหนังศีรษะเหล่านี้มีการหลุดลอกมากกว่าปกติ จนสามารถสังเกตเห็นการหลุดลอกได้จึงจะถือว่าเป็นรังแค

 

ยารักษารังแค

- ยาที่ใช้ในการรักษารังแค ส่วนใหญ่เป็นชนิดน้ำและ อยู่ในรูปแบบแชมพู ซึ่งแนะนำว่า ควรใช้แชมพูยาชนิดใดชนิดหนึ่งจนกว่าจะควบคุมอาการของรังแคได้ ด้วยการฟอกแชมพูให้ทั่วหนังศีรษะและปล่อยทิ้งไว้ 5-10 นาที เพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้ดี ก่อนที่จะชะล้างแชมพูยานี้ออกไป และเมื่ออาการดีขึ้นจนรังแคหายไปแล้ว ก็แนะนำให้ลดปริมาณการใช้แชมพูยาลงเหลือ 2-3  ครั้งต่อสัปดาห์ได้ ยาที่มีฤทธิ์รักษารังแคมีจำหน่ายอยู่หลายชนิด ซึ่งให้ผลของการรักษาได้ดีพอสมควร บางคนก็ได้ผลดี แต่บางคนก็ไม่ได้ผล เหมือนดั่งคำว่า "ลางเนื้อชอบลางยา" หรือบางคนเคยได้ผลดี แต่ต่อมาก็ได้ผลน้อยลงก็เป็นได้ คงต้องลองใช้ดู และถ้าไม่ได้ผลจึงลองเปลี่ยนไปใช้ตัวอื่น

 

ชนิดของยารักษารังแค มีดังนี้

1. ซิงค์ไพริไทออน (zinc pyrithione) แชมพูยาที่มีตัวยานี้มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา แต่กลไกออกฤทธิ์จริง ๆ ขจัดรังแคยังไม่เป็นที่กระจ่างจะช่วยลดอาการคันและการลอกของหนังศีรษะได้ แต่ก็มีรายงานว่าอาจเกิดผื่นแพ้ได้

2. ซีลีเนี่ยมซัลไฟด์ (selenium sulfide) ออกฤทธิ์โดยลดการหลุดลอกของเซลล์ผิวหนังชั้นขี้ไคลของหนังศีรษะ การใช้แชมพูยานี้ให้ได้ผลจะต้องทิ้งแชมพูไว้บนหนังศีรษะประมาณ 5 นาทีก่อนล้างออก จึงลดการเกิดรังแค

3. คีโทโคนาโซล (ketoconazole) เป็นยาฆ่าเชื้อรามีจำหน่ายในรูปแบบของแชมพูยา มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุของรังแค คนที่เป็นรังแคชนิด Seborrheic Dermatitis พบว่า มีเชื้อราชื่อ Pityrosporum ovale มากกว่าปกติซึ่งตัวเชื้อราไม่ได้เป็นสาเหตุของรังแคโดยตรง แต่อาจทำให้เป็นรุนแรงมากขึ้น เมื่อใช้ยาตัวนี้แล้ว รังแคก็ดีขึ้นได้

ถ้าใช้ยาเหล่านี้แล้วไม่ได้ผล ควรปรึกษาแพทย์  ซึ่งอาจแนะนำให้ใช้ยารักษารังแคชนิดอื่น ๆ เช่น beta-methesone scalp application, coal tar, salicylic acid เป็นต้น

 

การดูแลสุขลักษณะที่ดี

รังแคเป็นโรคที่เกิดการผิดปกติของหนังศีรษะ  ดังนั้น การดูแลสุขอนามัยที่ดีของร่างกาย จึงเป็นส่วนสำคัญเบื้องต้นในการดูแลรักษารังแค เริ่มต้นด้วยการควรดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจให้ดี มีความสบายกายและสบายใจ กินอาหารที่ถูกสุขลักษณะและให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง และครั้งละไม่น้อยกว่า 30 นาที พักผ่อนนอนหลับอย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง ผ่อนคลายความตึงเครียด อย่าให้เคร่งเครียดจนเกินไป 

 

การดูแลสุขภาพหนังศีรษะที่ดีเพื่อลดการเกิดรังแค

1. ควรสระผมทุกวันด้วยแชมพูชนิดอ่อน เพื่อขจัดไขมันส่วนเกิน

2. ในกรณีที่ใช้แชมพูยา ถ้าใช้ได้ผลดีแล้วก็อาจลดลงเหลือเพียงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ในความถี่ของการสระที่เพียงพอต่อการควบคุมรังแค แต่ถ้าไม่ได้ผลก็อาจเปลี่ยนชนิดของแชมพูเสียใหม่ และในบางกรณีก็อาจใช้สลับกันก็ได้

3. ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ตกแต่งทรงผม เช่น เจลแต่งทรงผม มูส สเปรย์ฉีดผม เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจทำให้เกิดการระคายเคือง และเกิดการสะสมบนเส้นผมและหนังศีรษะทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา และถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ใดแล้วเกิดอาการรังแคเพิ่มมากขึ้น ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้นทันที

4. ขณะที่กำลังสระผมด้วยแชมพู อาจนวดหนังศีรษะเบา ๆ ด้วยปลายนิ้ว เพื่อช่วยขจัดสิ่งตกค้างและเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่หนังศีรษะให้ดียิ่งขึ้นด้วย อย่าใช้เล็บเกา เพราะจะระคายเคืองหนังศีรษะ

5. หลังการสระผม ควรเช็ดผมให้แห้งเบาๆ ด้วยผ้าขนหนู หรือปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติ ไม่ควรใช้เครื่องเป่าผม เพราะจะทำให้หนังศีรษะแห้ง เสียสมดุล

6. ควรหวีผมเบา ๆ ด้วยหวีซี่ห่างโดยเริ่มจากรากผมไปตลอดความยาวของเส้นผม เพื่อช่วยกระจายไขมันจากหนังศีรษะให้ทั่วเส้นผม และไม่ควรใช้หวีที่แข็งหรือมีซี่ของหวีที่ถี่เกินไป เพราะอาจจะดึงเส้นผมให้หลุดร่วงมากขึ้น

7. ควรหลีกเลี่ยงการตกแต่งเส้นผมด้วยความร้อน หรือสารเคมีต่าง ๆ โดยไม่จำเป็น ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาวะของหนังศีรษะได้ เช่น การถักเปียแน่น ๆ การกัดสีผม  การโกรกย้อมผม การยีผมให้ฟู การเป่าผมด้วยลมร้อน เป็นต้น

 

 

 

- ถึงตอนนี้ก็พอจะเข้าใจและดูแลตนเองเบื้องต้น ในเรื่องรังแคนี้ได้ หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องยาและสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยารักษารังแค หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ท่านสามารถปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรชุมชน (ที่ประจำอยู่ที่ร้านยา) ที่พร้อมให้คำปรึกษาในเรื่องสุขภาพแก่ท่านทุกเมื่อ

 

 

 



ขอบคุณ

ภก.ดร.วิรัตน์ ทองรอด

หมอชาวบ้าน

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป