Safe Sex วันนี้.. ถนอมชีวิตสุขสันต์

18 ก.ย. 2557 09:49 น. | เปิดอ่าน 711 | ความคิดเห็น 0

 

- โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ยังเป็นปัญหาที่สำคัญในด้านสาธารณสุขของไทย ในยุคที่โรคเอดส์ระบาดใหม่ ๆ ผู้คนต่างตื่นกลัวโรคเอดส์ ขณะเดียวกันก็มีการรณรงค์การใช้ถุงยางอนามัยกันอย่างแพร่หลาย ทำให้มีอัตราการป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในประชากรทั่วไปขณะนั้นลดลงด้วย เนื่องจากการใช้ ”ถุงยางอนามัย” ช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อย่างดี

-  แต่พบว่าในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา อัตราการป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เริ่มสูงขึ้น และอายุผู้ป่วยโดยเฉลี่ยต่ำลง ส่วนหนึ่งเนื่องจากวัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น และมีอัตราการใช้ถุงยางอนามัยในระดับที่ค่อนข้างต่ำ การที่วัยรุ่นมีอัตราการใช้ถุงยางอนามัยน้อย เนื่องจากมีความเชื่อที่ผิดว่าหากมีเพศสัมพันธ์กับหญิงที่ไม่ใช่หญิงขายบริการทางเพศ จะปลอดภัยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งจากความประมาทในชีวิตเพียงครั้งเดียวก็จะนำพาโรคร้ายไปสู่คนที่คุณรักอย่างคาดไม่ถึง และเป็นเรื่องน่าตกใจที่ปัจจุบันผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เกินกว่าครึ่ง ต่างได้รับเชื้อมาจากคู่รักที่เขาเหล่านั้นไว้ใจ

 

สำหรับประเทศไทย โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (นอกจากโรคเอดส์) ที่เป็นมาก 5 อันดับแรก

1. โรคหนองใน

เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย N.gonorrhea ผู้ป่วยโดยเฉพาะเพศชายที่เป็นโรคนี้จะมีอาการปัสสาวะแสบ และมีหนองออกจากปลายท่อปัสสาวะ รักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่ปัจจุบันก็พบว่า เชื้อดื้อยาเพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีต ส่วนเพศหญิงอาการจะน้อยกว่า บางรายมีเชื้อในช่องคลอดแต่ไม่มีอาการ และสามารถแพร่เชื้อทางการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย

2. โรคหนองในเทียม

เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Chlamydia อาการจะคล้ายหนองในมากแต่มีความรุนแรงน้อยกว่า โดยปกติเชื้อทั้ง 2 มักจะพบร่วมกันบ่อย ดังนั้นในการรักษาผู้ป่วยแพทย์จะรักษาทั้ง 2 โรค พร้อมกันเลย

3. แผลริมอ่อน

เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย H.ducreyi ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จะมีแผลบริเวณอวัยวะเพศ และแผลมีลักษณะเฉพาะ คือแผลจะค่อนข้างเจ็บมาก มักพบหลาย ๆ แผลพร้อม ๆ กัน สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ

4.  เริม

เชื้อเริมเกิดจากเชื้อไวรัส Herpes ผู้ป่วยจะเริ่มด้วยอาการตุ่มน้ำใสเป็นกลุ่มบริเวณอวัยวะเพศ ต่อมาตุ่มนี้จะแตกและเป็นแผลค่อนข้างเจ็บ ผู้ป่วยจำนวนมากหายได้เอง แต่ในรายที่เป็นมากหรือภูมิต้านทานร่างกายน้อยผิดปกติ อาจจำเป็นต้องได้รับยาต้านเริมจากแพทย์ เพื่อให้แผลหายเร็วขึ้น

5. ซิฟิลิส

เกิดจากเชื้อ Spirochete ชื่อ T.pallidum ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อครั้งแรกจะมีแผลที่บริเวณอวัยวะเพศเช่นกัน แต่แผลจะต่างกับแผลริมอ่อน คือ แผลซิฟิลิสจะอยู่ในร่างกายผู้ป่วยได้นานหลายปี และอาจกำเริบระยะหลังเป็นซิฟิลิสขึ้นสมองได้ ดังนั้น หากพบควรรักษาให้ถูกต้องด้วยยาปฏิชีวนะตั้งแต่แรก เพื่อป้องกันโรคกำเริบในภายหลัง

 

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์คุณสามารถป้องกันได้ด้วยวิธีที่ดีที่สุด คือ

  • ไม่ไปสัมผัสโรค
  • ไม่สำส่อนทางเพศ ก็จะเป็นการป้องกันกามโรคได้ดีที่สุด ส่วนการใช้ถุงยางอนามัยเป็นวิธีป้องกันรองลงมา แต่วิธีที่ได้ผลแน่ ๆ และดีที่สุด คือ คุณต้องงดสำส่อนทางเพศ

การใช้ถุงยางอนามัย 

หากจะใช้ก็ต้องใช้อย่างถูกต้อง คือ บีบไล่ลมบริเวณปลายถุงยางให้หมดก่อนสวมใส่ เพื่อป้องกันถุงยางแตกขณะใช้งาน และไม่ควรใช้น้ำมันหรือสารเคมีทาบนถุงยาง เพราะอาจทำให้ถุงยางเสื่อมคุณภาพ และแตกระหว่างใช้งานได้

 

- โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จัดเป็นโรคใฝ่หา หากไม่สำส่อนทางเพศก็จะปลอดภัยจากโรคเหล่านี้ หรือบางคนอาจโชคร้ายไม่ได้ไปสำส่อนทางเพศ แต่ติดกามโรคจากคู่ครองของตนเอง หากเป็นเช่นนั้น ท่านก็รู้ได้ทันทีว่าคู่ครองของคุณไปสำส่อนทางเพศมา แต่กว่าจะรู้บางทีอาจสายเกินไปที่จะรักษา ทางที่ดีที่สุด “งดสำส่อนทางเพศ” 

 

ขอบคุณ

รศ.นพ.วินัย รัตนสุวรรณ  
ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม
Faculty of 
Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป