นอนกรนภัย (ไม่) เงียบ

28 พ.ย. 2556 15:43 น. | เปิดอ่าน 84 | ความคิดเห็น 0

  เสียงกรนเกิดจากเหตุและปัจจัยมากมายหลายอย่างแต่สาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การกรนก็คือ โรคความดันโลหิต เบาหวาน โรคหัวใจ โรคนอนกรน รวมถึง โรคอ้วน โดยเสียงกรนจะเกิดจากการที่อากาศเคลื่อนตัวผ่านทางเดินหายใจที่แคบลง เช่น บริเวณที่มีเนื้อเยื่ออ่อน นุ่ม หรือหย่อนเกินไปหรือบริเวณที่ไม่มีอวัยวะส่วนแข็งค้ำยัน ซึ่งเป็นบริเวณที่สามารถเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจได้ง่าย เช่น ส่วนเพดานอ่อน ลิ้นไก่ โคนลิ้น กล้ามเนื้อ และเยื่อบุของลำคอ 

 

อาการของโรคคนนอนกรนมีอยู่ 2 ประเภท คือ

1. อาการนอนกรนธรรมดา ซึ่งไม่อันตราย เพราะจะไม่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

2. อาการนอนกรนอันตราย ซึ่งจะส่งผลร้ายต่อสุขภาพ เพราะอาจจะเกิดการหยุดหายใจขณะหลับ นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ป่วยนอนหลับไม่สนิท สะดุ้งตื่นเป็นช่วง ๆ จึงไม่ได้พักผ่อนเต็มที่ ซึ่งจะส่งผลต่อการทำกิจกรรมในช่วงเวลากลางวัน เช่น การเรียน การทำงาน

 

สำหรับการรักษาผู้ที่มีอาการนอนกรน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนิดที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ จำเป็นที่จะต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม โดยแบ่งการรักษาออกเป็น 3 วิธี คือ 

1. การรักษาโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งเป็นวิธีแรกที่แพทย์จะแนะนำแก่ผู้ป่วย โดยเริ่มจากการลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยานอนหลับ ฯลฯ รวมถึงการปรับเปลี่ยนท่านอน โดยไม่ควรนอนหงาย

2. การรักษาโดยใช้เครื่องหายใจขณะนอน ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวจะช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น ลดการอุดกั้นขณะนอนหลับ

3. การรักษาโดยวิธีผ่าตัด หากทั้ง 2 วิธีข้างต้นไม่สามารถทำให้อาการนอนกรนดีขึ้น การผ่าตัดเพิ่มขนาดของทางเดินหายใจส่วนบนจะเป็นอีกทางหนึ่งในการรักษา เพื่อแก้ไขการอุดกั้นในระบบทางเดินหายใจโดยแพทย์จะวินิจฉัยชนิดและตำแหน่งของการอุดกั้นทางเดินหายใจและเลือกวิธีที่เหมาะสม แต่การผ่าตัดนั้นจะแก้ไขได้เพียงจุดเดียว ซึ่งอาจไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น จึงอาจต้องมีการผ่าตัดซ้ำๆ เพื่อแก้ไขทางเดินหายใจส่วนที่แคบในบริเวณอื่น 

 นอกจากนี้ผู้ป่วยก็ต้องดูแลตนเองด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เพิ่มขึ้น เพราะความอ้วนทำให้ไขมันไปสะสมอยู่รอบผนังช่องคอ ทำให้ส่วนนี้กลับมาแคบใหม่ และเป็นเหตุให้เกิดการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับกลับมาเป็นเหมือนเดิม รวมถึงยังควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนบนตึงตัว กระชับและชะลอการหย่อนยาน

 

เห็นไหมว่า ถึงอย่างไรการออกกำลังกายและการควบคุมน้ำหนักก็ยังเป็นตัวช่วยสำคัญอยู่ดี

 

 

 


ขอบคุณข้อมูล

Health Today

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป