หายใจไม่ออกเหนื่อยง่าย อาจเกิดจากลิ่มเลือดอุดตันในปอด

24 ก.ค. 2558 10:08 น. | เปิดอ่าน 2,181 | ความคิดเห็น 0

 

- ลิ่มเลือดเป็นสิ่งที่คนมักพูดถึงกันบ่อย ๆ ในแง่ที่ไม่ดีนัก เพราะทำให้เกิดโรคหลาย ๆ โรค เช่น ถ้าเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ก็จะทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Heart Attack) ถ้าลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงสมองก็ทำให้เกิดอัมพฤกษ์ หรืออัมพาต (Stroke) ได้

 

- ถ้ามีลิ่มเลือดไปอุดหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงขา พบได้บ่อยในคนไข้เบาหวานหรือคนที่สูบบุหรี่จัด ก็จะทำให้มีอาการปวดขาปวดน่องเวลาเดิน บางรายเป็นมากโดยเฉพาะในคนไข้เบาหวานก็อาจถึงกับต้องตัดนิ้วเท้า ตัดเท้าหรือตัดขาก็มี แต่ลิ่มเลือดไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีเสมอไป ลิ่มเลือดเกิดขึ้นจากกลไกกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกาย เพื่อตอบสนองการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นของร่างกายทั้งภายในและภายนอก

 

- ลิ่มเลือดก็เหมือนกับ “ลิ่ม” ที่เป็นเครื่องมือในการก่อสร้างงานฝีมือ ถ้าใช้ให้ดีให้ถูกที่ก็เป็นประโยชน์ ถ้าใช้ไม่ดีใช้ผิดที่ก็เกิดผลเสียกลายเป็นตอก “ลิ่ม” ให้เกิดความแตกแยก

 

- ลิ่มเลือดเกิดจากการเกาะตัวของเกล็ดเลือดและการแข็งตัวรวมตัวกันของสารต่าง ๆ ในเลือด ถ้าเกิดการบาดเจ็บ เช่น มีรอยถลอกหรือแผลเกิดขึ้นที่ใด ลิ่มเลือดก็จะรวมตัวเกาะตัวอุดประสานบริเวณนั้น เพื่อให้เลือดหยุดไหลและประสานให้แผลนั้นหายต่อไป ถ้าคนเราไม่มีลิ่มเลือด ไม่มีกระบวนการการแข็งตัวของเลือด ทุกครั้งที่เกิดบาดแผลรอยถลอกขึ้นที่ใดในร่างกาย เราก็จะมีเลือดไหลไม่หยุด และต้องเสียชีวิตในที่สุด

 

- การจะพิจารณาว่า ลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นนั้นดีหรือไม่ดี การเกิดลิ่มเลือดบางครั้ง บางเวลา บางสถานที่ บางวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป อาจจะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีกับร่างกายก็ได้ มีภาวะลิ่มเลือดหนึ่ง คือ ภาวะลิ่มเลือดที่เกิดในปอด ซึ่งปกติแล้วเป็นที่ที่ไม่ควรจะมีลิ่มเลือดอยู่เลย ไม่ว่าเวลาใดหรือภาวะใด ในอดีต ภาวะนี้เป็นภาวะที่ไม่ได้พบเห็นบ่อยนักในประเทศไทย แต่พบได้บ่อยในประเทศแถบตะวันตก ถึงกับเคยมีคนสันนิษฐานว่า เป็นเพราะคนไทยกินพริกซึ่งมีสารต้านการเกาะตัวของเกล็ดเลือดอยู่

 

อย่างไรก็ดี ลิ่มเลือดในปอดนั้นพบได้บ่อยขึ้นในประเทศไทยในปัจจุบันไม่ทราบว่าเป็นเพราะอุบัติการณ์ของโรคสูงขึ้นกว่าในอดีต จากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป หรือว่าปัจจุบันเรามีเครื่องไม้เครื่องมือที่ตรวจหาภาวะนี้ได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้นสำหรับอาการของลิ่มเลือดในปอด คนไข้มักจะมีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรงพร้อมกับมีอาการเหนื่อย หายใจไม่เต็มอิ่ม คล้ายกับอาการของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันที่ว่า อาการเจ็บหน้าอกจากลิ่มเลือดอุดตันในปอดนั้น มักจะเจ็บเหมือนกับมีของแหลมคมทิ่มแทง และการหายใจเข้าลึก ๆ จะทำให้เจ็บมากขึ้นด้วย ภาวะนี้เป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิตเช่นเดียวกับหัวใจ เพราะถ้าเป็นมากก็จะไปทำให้หัวใจทำงานไม่ได้และทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนในปอดเสียไป

 

ลิ่มเลือดที่อยู่ในปอดมักจะไม่ได้เริ่มเกิดที่ในปอดเอง แต่มักจะมีสาเหตุมาจากที่อื่นก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มักจะเกิดจากลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำที่ขา ในช่องท้อง หรือจากหัวใจห้องขวา เมื่อเกิดลิ่มเลือดในปอดแล้ว นอกจากการรักษาโดยให้ยาสลายลิ่มเลือดในปอดหรือผ่าตัดในบางรายที่จำเป็นแล้ว หมอก็ยังต้องหาสาเหตุต่อไปอีกด้วยว่า ลิ่มเลือดในปอดนั้น เริ่มต้นมาจากที่ไหน

 

ลิ่มเลือดที่หลอดเลือดดำในขาหรือที่หลอดเลือดดำในช่องท้องนั้น มักจะมีสาเหตุมาจากภาวะต่าง ๆ เช่น การนอนไม่เคลื่อนไหวนาน ๆ ของคนไข้เรื้อรัง อุบัติเหตุหรือการผ่าตัดส่วนขา สะโพก หรือภาวะมะเร็งบางชนิด

 

นอกจากนี้ การนั่งงอขาเป็นเวลานาน ๆ เช่น เวลาเดินทางโดยเฉพาะการเดินทางด้วยเครื่องบินที่ผู้โดยสารมีแนวโน้มที่จะดื่มน้ำน้อยกว่าปกติ ก็อาจทำให้เกิดลิ่มเลือดที่ขาได้ง่าย บางครั้งจะมีอาการปวดและบวมให้เห็นที่ขาร่วมด้วย ภาวะนี้เรียกกันว่า Economy Class Syndrome เพราะมักจะเกิดกับผู้โดยสารในชั้นประหยัดที่นั่งแออัดนาน ๆ และลุกออกเดินบริหารเพื่อช่วยการไหลเวียนของเลือดไม่ได้

 

มีคนไข้ผู้หญิงคนหนึ่งอายุ 60 ปีเศษ มาโรงพยาบาลด้วยอาการน่องด้านขวาบวม และปวดมากตลอดเวลา มีอาการอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ ถามเพิ่มเติมได้ความว่า 2-3 วันก่อนหน้านั้น เพิ่งเดินทางกลับถึงเมืองไทยโดยเครื่องบินจากยุโรปซึ่งใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้นร่วมสิบชั่วโมง ระหว่างที่อยู่ยุโรปนั้น ก็นั่งรถเที่ยวครั้งละนานๆเป็นเวลาเกือบสัปดาห์ ตอนที่อยู่ในเครื่องบิน เธอเพลียมาก ต้องนั่งหลับงอขา ไม่ได้ดื่มน้ำและกินอาหารเลยตลอดสิบกว่าชั่วโมง ครั้งแรกนึกว่าปวดน่องจากที่เดินเที่ยวมาก แต่ 2-3 วัน ก่อนมาโรงพยาบาล เริ่มมีอาการเจ็บที่หน้าอกร่วมกับหายใจไม่ค่อยได้

 

เมื่อเธอได้รับการตรวจร่างกายและคลื่นหัวใจก็น่าสงสัย มีลิ่มเลือดที่ขาและในปอด ซึ่งต่อมาก็ตรวจยืนยันได้จากการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เธอจึงได้รับการรักษาด้วยยาสลายลิ่มเลือดและได้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดหลังจากกลับบ้านไป เธอก็ต้องมาโรงพยาบาลอีกครั้ง คราวนี้เธอมาด้วยเรื่องเลือดออกในทางเดินอาหารจากการที่มีแผลในกระเพาะอาหาร เธอมียาป้องกันการแข็งตัวของเลือดอยู่ เลือดจึงออกที่แผลในกระเพาะไม่ยอมหยุด หมอเลยต้องยอมหยุดยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดไป และแนะนำว่า ถ้าเธอต้องเดินทางอีกก็ให้เดินทางครั้งละไม่กี่ชั่วโมง พร้อมกับแนะนำวิธีบริหารร่างกายในเครื่องบินให้ด้วย

 

สมุนไพรป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน

มีสมุนไพรหลายชนิดที่ช่วยละลายลิ่มเลือด ช่วยให้เลือดไม่อุดตันภายในพึ่งพาแอสไพริน โรคอัมพาต ลมราชยักษ์ (พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว เป็นอาการเตือนของโรคอัมพาต) มีสาเหตุจากหลอดเลือดอุดตัน

  • ​หอมใหญ่ หอมแดง ต้นหอม รับประทานในรูปอาหารยำใช้หอมสด เป็นอาหารละลายและลดไขมันในเลือด ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดช่วยละลายลิ่มเลือด ลดเลี่ยนจากของมัน ๆ ทั้งยังทำให้จมูกโล่ง ฆ่าเชื้อในโพรงจมูก ป้องกันโรคหวัด หรือช่วยให้หายเร็วขึ้น
  • กระเทียม กระเทียมตำสด ๆ จะได้สารสำคัญในการรักษามากกว่าการซอย หรืออย่างขนมจีนซาวน้ำแกล้มกระเทียมกับสับปะรด ลดความเผ็ดของกระเทียม หรือ ในเมนูอาหารเวียตนามอินไทยแลนด์ อย่างแหนมเนืองตำราจีนและญี่ปุ่นจะใช้กระเทียมลดความดันโลหิต กระเทียมมีสารฆ่าเชื้อที่ทำให้ เจ็บคอ ไอ รักษาโรคปอดอักเสบและวัณโรคปอด
  • พริก รสที่เผ็ดจะละลายลิ่มเลือดภายใน ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และความดันโลหิตลดการปวด สามารถทำให้สารเอนโดฟิน หลั่งจากสมองส่วนกลางได้ ช่วยให้ผ่อนคลาย และหลับดี ..นั่นแสดงว่ากินพริกแล้วมีความสุข ยังกระตุ้นให้อยากอาหาร มีวิตามินเอ และวิตามินซี ป้องกันมะเร็ง
  • พริกไทย พริกไทยมีรสเผ็ดร้อนจะช่วยให้ไหลเวียนเลือดดี ช่วยขับลมแก้ท้องอืด เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยให้อยากอาหาร บรรเทาอาการนอนไม่หลับ แก้ไอ สะอึก กระตุ้นการย่อยอาหาร พริกไทยจะเร่งให้ตับทำลายสารพิษมากจึ้น ป้องกันมะเร็งในกระเพาะอาหาร สำหรับสิงห์อมควัน...ช่วยลดความอยากบุหรี่ ลดความหงุดหงิดได้อีกด้วย อาหารประเภทยำทั้งหลาย ต้มยำ ส้มตำ 
  • มะนาว มะนาวมีวิตามินซี ช่วยให้หัวใจเต้นเป็นปกติ ลดความเข้มข้นของสารที่ทำให้เกิดลิ่มเลือด ช่วยให้แผลแห้งเร็ว สารที่เปลือกจะลดไขมันในเลือดได้
  • ขิง สมุนไพรไทยที่ช่วยป้องกันการจับตัวของเลือดไม่ให้เป็นก้อน ป้องกันได้ดีกว่ากระเทียม หรือ หอม สารนี้ชื่อว่า Gingirol ทำหน้าที่คล้ายแอสไพริน ขิงช่วยขับลม รักษาโรคปวดกระดูกและข้อ แก้คลื่นไส้อาเจียนจากการเมารถ เมาเรือ ดีกว่ายาแผนปัจจุบันเสียอีก น้ำขิง เต้าฮวยน้ำขิง บัวลอยน้ำขิง ผัดพริกขิง ฯลฯ สมุนไพรที่อยู่ในกลุ่มนี้ที่มีรสฉุน เผ็ดร้อน และเปรี้ยว. มีสรรพคุณป้องกันการอุดตันในหลอดเลือดได้เช่นกัน

 

 

 

 


ขอบคุณ

หมอแอน

(แพทย์แผนไทย ธิติมา อุ้ยคำ บว., บภ.)

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป