เจ็บไหล่... ไหล่ติด... ข้อไหล่ติดแข็ง

25 ส.ค. 2558 14:18 น. | เปิดอ่าน 530 | ความคิดเห็น 0

 

- อาการ ข้อไหล่ติด หรือ ข้อไหล่ติดแข็ง มักพบหลังจากมีการเจ็บของข้อไหล่ ซึ่งอาจเจ็บอยู่เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน เมื่ออาการเจ็บทุเลาลง จะตามมาด้วยการยกแขนได้ไม่ดีเหมือนเดิม ซึ่งจะรบกวนการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น หยิบของจากหิ้งสูง รูดซิปเสื้อหรือกระโปรงซึ่งอยู่ด้านหลัง หรือดึงกระเป๋าใส่เงินจากกระเป๋าหลังของกางเกง แต่ถ้าท่านได้รู้จักปฏิบัติตนตั้งแต่เริ่มมีอาการเจ็บหัวไหล่ในช่วงแรก โดยไม่ปล่อยปละละเลยจะทำให้อาการไม่ลุกลามจนเป็นมาก และเสียเวลาเพื่อรักษาอาการข้อไหล่ติดแข็ง

 

ขั้นตอนของการเกิดข้อไหล่ติดแข็ง

ระยะที่ 1 : ระยะเจ็บไหล่ มีอาการดังนี้

  1. เจ็บเมื่อมีการเคลื่อนไหวของแขน
  2. เจ็บทั่วไปบริเวณหัวไหล่ แต่ไม่มีจุดกดเจ็บที่แน่นอน
  3. มีกล้ามเนื้อเกร็งตัว (muscle spasm)
  4. เจ็บมากขึ้นในเวลากลางคืน หรือเมื่ออยู่นิ่ง ๆ

ระยะที่ 2 : ระยะข้อไหล่ติด มีอาการดังนี้

  1. อาการเจ็บไหล่ เจ็บแขนลดลง
  2. เพิ่มอาการติดขัด และจำกัด การเคลื่อนไหวของหัวไหล่
  3. อาการเจ็บตอนกลางคืนและ ตอนอยู่นิ่ง ๆ ลดลง
  4. รู้สึกเจ็บเมื่อมีการเคลื่อนไหว ช่วงสุดท้ายของแขนข้างนั้น

ระยะที่ 3 : ระยะฟื้นตัว มีอาการดังนี้

  1. อาการเจ็บลดลงเรื่อย ๆ
  2. แขนข้างที่เจ็บจะเคลื่อนไหวได้มากขึ้นอย่างช้า ๆ
  3. การฟื้นตัวจะหายเองได้แต่มักจะเคลื่อนไหวแขนได้ไม่สุดเหมือนที่เคยทำได้

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับอาการข้อไหล่ติด

  1. พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายในสัดส่วน 60 : 40
  2. มักเป็นกับแขนที่ไม่ถนัดใช้ มากกว่าข้างที่ถนัด
  3. อาการไหล่ติด เกิดจากมีแผลเป็น มีการหนาตัว และการหดตัวของเยื่อหุ้มหัวไหล่
  4. ข้อไหล่ที่บาดเจ็บ เป็นสาเหตุให้เกิดอาการไหล่ติดได้
  5. มักจะทราบว่าเป็นข้อไหล่ติดเมื่อแพทย์ตรวจอาการและแจ้งให้ทราบ (ถ้าผู้ป่วยสังเกตตนเองจะทราบก่อนว่า ยกแขนได้ไม่สุด และมีอาการเจ็บ)
  6. จะต้องมีการเจ็บพอสมควรในการรักษา จึงจะทำให้ข้อไหล่หายติด
  7. มีมากมายหลายโรคที่เกี่ยวข้องกับอาการข้อไหล่ติด เช่น โรค เบาหวาน โรคปอด โรคหัวใจ ไทรอยด์ และอัมพาตครึ่งซีก แต่สาเหตุ ที่แท้จริงที่ทำให้เกิดอาการไหล่ติดยังไม่ทราบแน่นอน

การเคลื่อนไหวที่ทำแล้วเจ็บในคนไหล่ติด

  1. กางแขนออกด้านข้างแล้วหงายฝ่ามือขึ้น
  2. เหยียดแขนขึ้นไปหยิบของเหนือศีรษะ
  3. เอื้อมมือไปหยิบของซึ่งวางบนเบาะหลังของรถ
  4. ดันประตูหนัก ๆ ให้เปิดออก
  5. การขับรถในคนไหล่ติดจะมีความลำบากในการหมุนพวง มาลัยรถ
  6. เมื่อสระผมตัวเอง
  7. เมื่อถูหลังตัวเอง
  8. เมื่อสวมหรือถอดเสื้อยืดเข้าออกทางศีรษะ
  9. เมื่อติดกระดุมเม็ดล่างด้านหน้าของเสื้อเชิ้ต
  10. เมื่อล้วงของออกจากกระเป๋าหลังของกางเกง

บทสรุป

สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดข้อไหล่ติดยังไม่ทราบแน่ชัด การเกิดข้อไหล่ติดมักจะเกี่ยวข้องกับโรคอื่น ๆ หลายโรค ที่พบบ่อย คือ ในคน ที่มีอาการอัมพาตครึ่งซีก 

อาการเจ็บข้อไหล่ (ขัดยอกหัวไหล่) ถ้ารีบแก้ไขตั้งแต่แรกเป็นจะไม่ลุกลาม แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้ โดยพยายามหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหว ในทิศทางที่เจ็บ อาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดอาการไหล่ติด ไปจนถึงข้อไหล่ ติดแข็งได้ในที่สุด

การฟื้นตัวจากอาการไหล่ติด ถ้าปฏิบัติตนเองจะต้องทราบและเข้าใจหลักการ คือ พยายามยืดเยื่อหุ้มข้อไหล่ และเพิ่มการเคลื่อนไหว ของข้อไหล่ ซึ่งท่าบริหารเหล่านี้จะสามารถยืดได้ด้วยตัวท่านเอง โดยใช้สภาพแวดล้อม เช่น บันได ฝาห้อง คานโหน ช่วยในการทำกายบริหาร จะต้องยืดทีละน้อยและมีอาการเจ็บบ้างเล็กน้อย และควรทำทุกวันในช่วงแรก ถ้าท่านกลัวเจ็บและไม่เข้าใจหลักการในท่าบริหารหัวไหล่ จะใช้เวลานานหลายเดือนที่จะทุเลาจากอาการไหล่ติด แต่ถ้าทำแล้วเจ็บมากติดต่อกันหลายวัน ควรได้รับการตรวจ และวินิจฉัยอย่างละเอียด จากหมอกระดูก

 

วิธีรักษา (ถ้าหัวไหล่ติดแล้ว จะทำอย่างไรดี?)

มีบางตำรา ว่ามันหายเองได้ คืออาการเริ่มแรกจะค่อย ๆ ติด พอติดสักพักแล้วจะเจ็บ เจ็บอยู่ปีสองปีแล้วจะติดมาก แต่ไม่เจ็บติดเฉย ๆ ไปอีกสองสามปีแล้วอาการก็จะหายไปเอง ไม่เจ็บ ไม่ติดอีก คือถ้าทนได้ก็ไม่ต้องรักษา แต่นักกายภาพกับหมอไม่กล่าวถึงทางเลือกนี้ นักกายภาพบางคนก็ไม่เห็นด้วย บอกว่าหากถึงขั้นเกิดพังผืดแล้ว จะหายเองไม่ได้ ยิ่งหากไม่รักษาจะยิ่งเกิดผลเสีย

ถ้าเป็นที่กล้ามเนื้อ ก็ไปทำกายภาพบำบัด อย่างมากก็ฉีดยา แล้วก็หาย ถ้าเป็นที่เยื่อหุ้มข้อ หรือมีพังผืด ทางออกแรกก็คือการทำกายภาพบำบัด ขั้นตอนของการทำกายภาพบำบัด คือ นักกายภาพจะกล่อมมันด้วยอะไรอุ่น ๆ และอัลตร้าซาวด์ หรือคลื่นสั้น ทุกสิ่งทุกอย่างใต้พื้นที่ที่โดนกล่อมก็จะอ่อนระทวยลง แล้วเค้าก็จะกดบี้จุดที่เป็นปัญหา ซึ่งมันจะแข็งตึง เขาก็จะบี้ให้มันอ่อนตัวลงในขณะที่จับแขนโยกไปมาเหมือนบังคับเรือหางยาว บางทีก็จะบิดหมุน หรือจับงอ เคลื่อนไปทางโน้นทีทางนี้ที อาศัยว่าตัวต้นเหตุอ่อนกำลังลงบ้าง นักกายภาพก็จะยึดพื้นที่กลับคืนมาได้ช่วงหนึ่ง คราวนี้ก็เป็นหน้าที่เราต้องไปทำการบ้านเพื่อรักษาพื้นที่นั้นไว้ ด้วยการออกกำลังท่าต่าง ๆ ถ้าไม่ทำ พอมันหายมึน มันก็จะกลับมายึดพื้นที่กลับไป พอกลับไปทำกายภาพ ก็ต้องย้อนกลับไปเริ่มที่มุมเดิม ทำซ้ำไม่รู้จบ ถ้าเราทำการบ้านดี ครอบครองพื้นที่ไว้ได้ วันรุ่งขึ้นนักกายภาพก็จะขยายพื้นที่เพิ่ม เราก็ทำซ้ำต่อไป พื้นที่ที่จะขยับแขน ขยับไหล่ได้ก็จะกว้างขึ้น ทั้งหมดนี้กินเวลาแรมเดือน หรือแรมปี ขึ้นอยู่กับอาการที่เป็น

 

ขอบคุณ

หมอแอน

(แพทย์แผนไทย ธิติมา อุ้ยคำ บว., บภ.)

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป