โรคชราระยะสุดท้าย‏

5 ต.ค. 2558 10:57 น. | เปิดอ่าน 224 | ความคิดเห็น 0

- การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย หมายถึง การดูแลผู้ป่วยในระยะก่อนเสียชีวิต เพื่อให้ผู้ป่วยไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคทั้งทาง ร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ รวมถึงการดูแลในระยะที่กำลังเข้าสู่ความตาย ขณะที่ผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลหรือที่บ้าน เพื่อให้สามารถประคับประคองผู้ป่วยให้มีความสุขสบายในวาระสุดท้ายของชีวิต ในระยะนี้ผู้ดูแลสามารถสังเกตอาการก่อนเสียชีวิตได้คือ


อาการของโรคชราขั้นสุดท้าย ก่อนเสียชีวิต

  1. กินอาหารไม่ได้ หรือกินได้น้อยลงเรื่อย ๆ จนต้องให้อาหารเหลว หรืออาหารทางสายยาง การกินอาหารไม่ได้อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้น ท้องไม่อืด และบรรเทาการเจ็บปวดลงได้ เพราะสภาพของการนอนติดเตียง แต่แพทย์หรือญาติต้องติดตามประเมินดูภาวะซีด ภาวะความผิดปกติของเกลือแร่ และอาจพิจารณาให้เลือด หรือสารน้ำและอาหารเมื่อจำเป็น
  2. การขับถ่าย อาจมีมูกเลือดออกมาพร้อมกับอุจจาระ หรือปัสสาวะ ควรมีการจดบันทึกจำนวนครั้งของการขับถ่าย พร้อมสังเกตสิ่งเจือปน ผู้ดูแลไม่ต้องตกใจ แจ้งให้แพทย์หรือพยาบาลทราบ (กรณีอยู่ที่โรงพยาบาล) ที่สำคัญคือ การรักษาความสะอาดหลังการขับถ่าย เพราะจะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบาย ควรพลิกตัวผู้ป่วยบ่อย ๆ เพื่อป้องกันแผลกดทับ
  3. มีอาการอ่อนเพลีย ควรให้ผู้ป่วยในระยะนี้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ส่วนใหญ่มักจะนอนหลับในตอนกลางวัน แต่ตื่นในตอนกลางคืน (สลับกลางวันเป็นกลางคืน และกลางคืนเป็นกลางวัน) ถ้าผู้ดูแลไม่เข้าใจคอยปลุกผู้ป่วยบ่อย ๆ จะทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ ดังนั้น ผู้ดูแลอาจต้องปรับตัวเรื่องการนอน หรือหาผู้ช่วยมาดูแลตอนกลางคืน
  4. ดื่มน้ำน้อยลงหรืออาจไม่ดื่มเลย ภาวะขาดน้ำในระยะใกล้ตายไม่ทำให้ผู้ป่วยได้รับความทุกข์ทรมาน แต่กลับกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นโดฟิน ทำให้ผู้ป่วยสบายขึ้น หากปาก/ ริมฝีปากแห้ง จมูกแห้ง หรือตาแห้ง ก็ใช้สำลีหรือผ้าชุบน้ำเช็ด หรือทาด้วยวาสลิน อาจมีอาการร้องครวญคราง หรือมีหน้านิ่วคิ้วขมวด ซึ่งอาจไม่ใช่เกิดจากความเจ็บปวด แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางสมอง เข้าสู่ภาวะกึ่งไม่มีสติสัมปชัญญะ แต่ถ้าเกิดจากการเจ็บปวด ก็จะได้รับยาแก้ปวด ซึ่งส่วนใหญ่จะส่งผลถึงสมองด้วย
  5. ไม่ค่อยรู้สึกตัว ญาติหรือผู้ดูแลควรพูดข้าง ๆ หูในสิ่งที่ทำให้ผู้ป่วยสบายใจ เพราะผู้ป่วยยังรับรู้และได้ยิน แต่ไม่สามารถตอบสนองได้ ทางโรงพยาบาลหลายแห่งได้ให้ผู้ป่วยและญาติประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น นิมนต์พระมารับการใส่บาตร ถวายสังฆทาน และให้ฟังพระเทศจากเทป เพื่อให้ผู้ป่วยและญาติสบายใจ เป็นการเสริมกำลังด้านจิตวิญญาณให้สุขสงบ
  6. ความดันโลหิตไม่ค่อยปกติ อาจพุ่งขึ้นหรือตกลง ออกซิเจนในเลือดอาจลดลง ถ้าอยู่ที่โรงพยาบาล แพทย์ พยาบาลจะเป็นผู้ดูแลแก้ไข ถ้าไม่แก้ไขก็เข้าขั้นวิกฤติไม่ต้องยื้อชีวิต
  7. ระยะก่อนตาย ผู้ป่วยจะนอนหลับตลอดเวลา แทบไม่เปิดตา การตอบสนองต่างๆ เช่น การพูด มือ เท้า จะค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ ปัสสาวะและอุจจาระออกน้อยลง สีเข้มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากมีเลือดไปเลี้ยงน้อยลง อวัยวะต่าง ๆ เริ่มเสื่อมสภาพลงพร้อม ๆ กัน ทำให้ภาวะความเป็นกรดด่างไม่สมดุลย์ เช่น มีแอมโมเนียคั่งเพราะตับวาย ท้องและตัวบวม การหายใจแรงและเร็ว ก่อนเฮือกสุดท้าย. 

ไม่มีใครหนีความตายได้ แต่ถ้าใครที่รอดพ้นความตายจากอุบัติเหตุ การเจ็บป่วย ก็ต้องเจอโรคที่คุณหมอที่เก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถรักษาโรคชรา ระยะสุดท้าย ไม่มีใครอยากให้คนที่เรารักจากไป แต่ถ้ายื้อให้อยู่อย่างทุกข์ทรมาน บางทีอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีก็ได้

 

ขอบคุณ

หมอแอน

(แพทย์แผนไทย ธิติมา อุ้ยคำ บว., บภ.)

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป