โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง มัจจุราชเงียบ

30 ธ.ค. 2556 10:08 น. | เปิดอ่าน 758 | ความคิดเห็น 0

คนทุก ๆ คนบนโลกในนี้ เกิดมา จะมีซักกี่คนที่จะรู้ว่า ตัวเองเป็นโรคร้ายนี้? เพราะโรคนี้จะเกิดขึ้น ตั้งแต่เรายังอยู่ในครรภ์ มารดา เป็นการผิดปกติของหลอดเลือด เหมือนลูกโป่ง ที่บางเป็นบางจุด เมื่อมีอาการบางอย่างมากระตุ้น เช่น ความดันสูงจะทำให้หลอดเลือดปริแตก มักจะเกิดขึ้นตอนวัยกลางคน หรือวัยหนุ่มสาว ถ้าหลอดเลือดเกิดโป่งแตกขึ้นมา อาจทำให้เป็นอัมพาต หรือเสียชีวิตได้

 

- ปัญหาคือ... เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเราเป็นโรคร้ายนี้ ? คำตอบคือ ไม่มีทางรู้ จนกว่าจะเกิดอาการ ปวดศีรษะมาก ๆ มากเหมือนไม่เคยปวดมาก่อน ทานยาแก้ปวดก็ไม่หาย ปวดเหมือนหัวจะระเบิด หรือมีการตรวจสมองโดยบังเอิญด้วยเครื่อง "MRA"

 

- อาการปวดหัว อาการที่ดูเหมือนธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นอาการสำคัญ และเป็นสัญญาณเตือนของโรคทางสมอง และระบบประสาทหลาย ๆ โรคหนึ่งในนั้นก็คือ "โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง" ซึ่งรุนแรงและอันตราย อาจทำให้พิการจนถึงเสียชีวิต

 

- โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง เกิดจากความผิดปกติของผนังหลอดเลือด เช่น ผนังหลอดเลือดในบางตำแหน่งบางลง เมื่อมีการไหลเวียนของเลือดผ่านหลอดเลือดเรื่อย ๆ ก็ทำให้หลอดเลือดที่บางนั้นโป่งพองออกมา ซึ่งอาจเป็นได้ตั้งแต่เกิด หรือเกิดจากโรคบางอย่าง เช่น โรคถุงน้ำที่ไต (polycystic kidney disease) ภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่ตีบ (coarctation of aorta) เป็นต้น

 

- ความน่ากลัวของโรคนี้ก็คือ ถ้าหลอดเลือดไม่แตกก็จะไม่มีอาการแสดง ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตัวเองเป็นโรคนี้ กว่าจะรู้ตัวก็เมื่อหลอดเลือดแตก และมีเลือดออกในสมองแล้ว โดยจากงานวิจัยพบโอกาสการแตกของหลอดเลือดคือ 0.1% ต่อปี แม้ดูเหมือนโอกาสที่เกิดจะไม่มากนัก แต่เมื่อไรก็ตามที่หลอดเลือดแตกผู้ป่วยจะต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ถ้าเข้ารับการรักษาไม่ทันหรือการรักษาไม่ได้ผล ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตหรือต้องทนทุกข์ทรมานกับภาวะอัมพฤกษ์อัมพาตไปตลอดชีวิต

 

- ในทางกลับกัน ก็มีผู้ป่วยบางราย (แต่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น) ที่ตรวจพบโรคหลอดเลือดสมองโป่งพองนี้โดยบังเอิญจากการตรวจรักษาโรคหรือภาวะอื่น ซึ่งนับว่าโชคดีเพราะทำให้สามารถวางแผนจัดการกับโรคได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ในกรณีของผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้โดยเฉพาะสองรุ่นขึ้นไป ก็ควรเข้ารับการตรวจคัดกรอง

 

- สำหรับการรักษาโรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง ทำได้โดยการห้ามไม่ให้มีเลือดผ่านเข้าไปบริเวณที่มีการโป่งพอง เพื่อป้องกันไม่ให้หลอดเลือดที่โป่งพองมีขนาดโตขึ้นจนอาจแตกได้ ซึ่งวิธีที่ศัลยแพทย์ใช้ ได้แก่ การใช้คลิปหนีบที่บริเวณหลอดเลือดโป่งพอง (clipping)

 

- หรือ การใส่ขดลวด (coil) เข้าไปเพื่อทำให้เกิดลิ่มเลือดในบริเวณที่มีการโป่งพองนั้น ทั้งนี้การจะรักษาด้วยวิธีใด แพทย์จะพิจารณาถึงตำแหน่ง ขนาด และรูปร่างของหลอดเลือดที่โป่งพอง รวมถึงอายุและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยด้วย

 

- แม้โรคหลอดเลือดสมองโป่งพองจะดูเหมือนเป็นภัยเงียบที่ไม่อาจทราบได้ล่วงหน้า สิ่งสำคัญมากๆ คือ หากมีอาการปวดหัวที่ผิดปกติแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน (unusual headache) หรือปวดหัวที่รุนแรงที่สุดในชีวิต (the worst headache in my life) อย่ารอช้า ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยทันที หากตรวจพบความผิดปกติ จะได้ทำการรักษาอย่างทันท่วงที ก่อนที่อาการจะรุนแรงจนสายเกินแก้ ขอให้ทุกคนโชคดีค่ะ

 

 

 


ขอบคุณข้อมูล

หมอแอน

(แพทย์แผนไทยธิติมา อุ้ยคำ บว., บภ.)

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป