ช็อปปิ้ง ก็เป็นโรคได้

9 ม.ค. 2557 12:57 น. | เปิดอ่าน 624 | ความคิดเห็น 0

ช็อปแหลกไม่สนใจรายได้ มีเงินเท่าไรขอให้ได้ซื้อๆ กระเป๋าแบนแฟนทิ้งก็ไม่สน มันหยุดไม่ได้ หงุดหงิดงุ่นง่านเมื่อไรเป็นต้องรูดปรี๊ดๆ สลิปบัตรเครดิตกองโตไม่เป็นไร สิ้นเดือนค่อยแก้ไข นาทีนี้ยังไงขอหนำไว้ใจก่อน

 

- เบาหน่อยแค่ไม่ยั้งคิด หนักเข้าถึงขั้นควบคุมตัวเองไม่ได้ หนี้สินเพิ่มพูนจนเคลียร์ไม่ไหว เดือนแล้วเดือนเล่าสะสมเป็นดินพอกหางหมูมากขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายล้มละลายทางการเงิน ความมั่นคงในชีวิตกระทบกระเทือน

 

- พฤติกรรม “เสพติดการช็อปปิ้ง” นิยามด้วยศัพท์เทคนิคว่า "Shopaholic" ถือเป็นโรคชนิดหนึ่งผู้ป่วยจะ “รู้สึกฟิน” ปลื้มปีติเป็นสุขทุกครั้งที่ได้เสียเงินซื้อของ จิตใจอันกระวนกระวายจะสงบนิ่งลงได้เมื่อล้วงเงินในกระเป๋าออกมาแล้วยื่นออกไป ไม่ว่าของเหล่านั้นจะจำเป็นหรือไม่จำเป็นก็ตาม

 

- การศึกษาพบว่าในสังคมอเมริกันประชาชนกว่า 5% เป็นโรคเสพติดการช็อปปิ้ง และ 80% ของจำนวนนี้เป็นผู้หญิง โดยโรคดังกล่าวในระยะเริ่มต้นเรียกกันว่า "Shopaholic" เมื่อรุนแรงมากขึ้นเรียกว่า "Compulsive buying disorder"

 

- มีการศึกษาอาสาสมัครที่สหรัฐอเมริกาที่มีรายได้เฉลี่ยปีละ 2 ล้านบาท โดย 61% ของรายได้นั้นหมดไปกับการช็อปปิ้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และใช้เวลาเฉลี่ยสัปดาห์ละ 38 ชั่วโมง ในการเข้าออกร้านจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ

 

- สิ่งที่ดึงดูดใจกลุ่มนักช็อปมากที่สุดก็คือ "ป้ายลดราคา" หรือ "ป้ายเซลส์" รวมถึงความรู้สึกที่ว่า “ฉันมีความจำเป็นที่ต้องมีของเหล่านี้” และป้ายโฆษณาสินค้าก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้กลุ่มนักช็อปไม่สามารถยั้งสติได้ และต้องยอมซื้อสินค้าเหล่านั้นในที่สุด

 

 

- สำหรับสาเหตุการเกิดโรค ผสมผสานกันระหว่างความ “อยาก” ที่ไม่สิ้นสุด  ภาวะทางจิตใจซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจ และการยับยั้งชั่งใจ โดยเมื่อภาวะจิตใจรู้สึกซึมเศร้า หดหู่ และเครียด ก็จะหาเวลาไปเดินช็อปปิ้งเพื่อสร้างความสุขชั่วครู่ชั่วคราว ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนขึ้นมาให้มีความสุข ระยะต่อมาร่างกายก็จะเสพติดความสุขดังกล่าว และต้องการกลับเข้าสู่ห้วงแห่งความสุขนั้นเรื่อย ๆ

 

- เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้คนเสพติดการซื้อ คือ ต้องการสร้างตัวตนในสังคมเพื่อให้เกิดการยอมรับ อาทิ การแต่งตัวให้สวยงาม ตามแฟชั่น เพื่อสร้างรูปลักษณ์ตัวเองให้ดูดีขึ้น การใช้กระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงมีระดับให้ดูเหนือกว่าคนอื่น

 

- จิตแพทย์จากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา ได้คิดค้นยาเพื่อรักษาโรค "Shopaholic" หรือ "โรคเสพติดการช็อปปิ้ง" โดยตัวยาดังกล่าว มีลักษณะคล้ายกับยาที่ใช้รักษาโรคความจำเสื่อม หรือ อัลไซ เมอร์ โดยต้องรับประทานตามที่แพทย์สั่งควบคู่ไปกับการบำบัดทางจิต

 

- ตัวยาดังกล่าวจะไปกระตุ้นการทำงานของสมองให้มีความคิดและพฤติกรรมที่ต่างไปจากเดิม และไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ

 

- เช่นเดียวกับประเทศไทย หากใครเข้าข่าย หรือสงสัยว่าตัวเองมีพฤติกรรมดังกล่าว สามารถเข้ารับคำปรึกษาจากจิตแพทย์ได้ เพราะหากปล่อยให้มีอาการต่อไป จะกระทบต่อตัวเอง คนรอบข้าง และนำมาสู่หายนะใหญ่หลวงเกินกว่าจะประเมินได้

 

 

 


ขอขอบคุณ

Thailhealth

 

 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป