มาจัดระเบียบ "ตู้เย็น" กัน

3 ก.พ. 2557 14:37 น. | เปิดอ่าน 5,319 | ความคิดเห็น 0

 

- รู้ไหมว่า... นักจุลชีพวิทยาสหรัฐฯ เขาสำรวจออกมาแล้วว่า "ตู้เย็น" กลายเป็นเครื่องใช้ในครัวที่ถูกพบว่าสกปรกที่สุด มันเป็นที่ซ่องสุมของเชื้อโรคนานาชนิด


- "ตู้เย็น" คือ สิ่งที่ทำให้เสียสุขภาพไม่มากก็น้อย เพราะการที่เรานำอาหาร สิ่งต่างๆ ใส่เอาไว้ในตู้เย็น โดยไม่จัดเป็นหมวดหมู่ หรือไม่รู้วันหมดอายุ เมื่อของที่อยู่ในตู้เย็นหมดอายุบูดเน่าอยู่ในตู้เย็น ซึ่งนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรียต่างๆ เจริญเติบโต และทำให้เกิดกลิ่นในตู้เย็นอีกด้วย

- การจัดเรียงเหล่าข้าวของที่แออัดอยู่ในตู้เย็นนั้น ก็เป็นหนึ่งวิธีที่ขจัดปัญหาเรื่องแหล่งสะสมเชื่อโรคได้ดีอีกทางหนึ่ง นอกจากนั้นการจัดตู้เย็นยังช่วยให้หยิบหาของได้ง่าย แล้วยังช่วยประหยัดค่าไฟอีกด้วย


วิธีการจัดเรียงข้าวของในตู้เย็น

1. ช่องฟริซ (ช่องแช่แข็ง) ชั้นบนสุด มันเป็นชั้นที่มีอุณหภูมิต่ำที่สุด ประโยชน์ของมันคือ ใช้ความเย็นเพื่อรักษาอายุของเหล่าอาหาร และป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้อาหารเสียง่าย จึงเหมาะที่จะเก็บอาหารที่เสียง่ายจำพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น หมูเนื้อ เนื้อไก่ เนื้อปลา และเนื้อนานาชนิด หรืออาหารที่ต้องการแช่แข็งนั่นเอง

2. ถาดใต้ช่องฟริซ (ช่องแช่สด) ชั้นนี้คือ ชั้นที่มีความเย็นลดหย่อนลงมาจากช่องฟริซ อาหารที่เก็บในช่องนี้ควรเป็นอาหารที่เสียง่ายเช่นกัน แต่ไม่ต้องการให้แข็ง อย่างเช่น เนื้อสัตว์ที่ต้องการจะนำมาทำอาหารในวันรุ่งขึ้น 

3. ช่องกลาง (ช่องแช่เย็น) ของตู้เย็น มันเป็นชั้นที่มีพื้นที่มากที่สุด เหมาะที่จะวางเหล่าขนมต่างๆ จะเป็นขนมเค้ก ขนมปัง ขนมไทย ขนมฝรั่งต่างๆ พวกอาหารกระป๋อง ผลไม้กระป๋อง ผลิตภัณฑ์นม ก็เหมาะที่จะอยู่ชั้นนี้ที่สุด นอกจากนั้นชั้นนี้ยังเป็นชั้นที่สามารถเก็บอาหารที่ปรุงสุกแล้ว อย่างพวกกับข้าว และต้มจืดแกงต่างๆ หรืออาหารที่ทานไม่หมดก็ได้

4. ชั้นล่างสุด (ช่องแช่เย็น) ที่มีถาดตั้งอยู่ด้านล่างนั้น คือ ชั้นสวรรค์ของเหล่าผัก และผลไม้สดเลยทีเดียว เนื่องจากมันเป็นชั้นที่ไม่เย็นจัดจนเกินไป จึงไม่ทำให้ผัก และผลไม้สูญเสียรสชาติ และวิตามินแร่ธาตุต่างๆ ไป จะแช่ผักหรือผลไม้ชั้นนี้จัดว่าดีที่สุด 

5. ประตู ด้านบนของตู้เย็นถูกออกแบบให้เข้าใจได้ง่ายๆ ว่าเป็นที่วางไข่ แต่สิ่งที่ควรจะจัดอยู่ในชั้นถัดลงมา สมควรเป็นที่วางเครื่องดื่ม และกระป๋องน้ำต่างๆ น้ำดื่ม น้ำอัดลม น้ำผลไม้ 

 

 

เคล็ดลับจัดระเบียบตู้เย็น

1. ตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม ควรตั้งอุณหภูมิตู้เย็นไว้ที่ 1-4 องศาเซลเซียส (-17 องศาเซลเซียสสำหรับช่องแช่แข็ง) ถ้านมเป็นเกล็ดน้ำแข็ง หรือไอศกรีมแข็งเป็นหิน แสดงว่าตั้งความเย็นของตู้เย็นต่ำเกินไป

2. แบ่งเนื้อสัตว์ให้พอใช้ในแต่ละครั้ง โดยหั่นเป็นชิ้นพอประมาณ เก็บใส่ถุงพลาสติก ถุงซิปล็อก หรือแร็ปไว้ เมื่อจะใช้แต่ละครั้งจะได้หยิบมาเป็นชิ้นๆ ไม่ต้องเสียเวลาละลายน้ำแข็งทั้งก้อน

3. เก็บอาหารไว้ในกล่อง หรือห่อถุงพลาสติกใสเสมอ เพื่อไม่ให้ตู้เย็นมีกลิ่นเหม็น และหยิบใช้ได้ง่าย อย่าแช่อาหารทั้งถุงพลาสติกหิ้วที่ซื้อมา เพราะหลายวันผ่านไปจะจำไม่ได้ว่ามีอะไรอยู่ในนั้น

4. เก็บผักผลไม้ไว้ในช่องแช่เย็นลิ้นชักเก็บอาหารสด ที่อยู่ล่างสุดเสมอโดยไม่ต้องล้างน้ำ เพื่อไม่ให้ผักผลไม้ช้ำ

5. เว้นช่องว่างระหว่างของแต่ละชิ้น เพื่อให้มีอากาศไหลเวียน และกระจายความเย็นได้ทั่วถึงเพียงพอ ทั้งยังช่วยคงคุณค่าทางอาหารได้ดีขึ้นอีกด้วย

6. เรียงขวดนมที่ซื้อมาก่อนไว้ด้านนอก ส่วนขวดที่ซื้อมาเพิ่ม (หมดอายุทีหลัง) ให้เรียงไว้ด้านใน โยเกิร์ต หรือน้ำผลไม้ และน้ำอื่นๆ ที่มีวันหมดอายุก็ใช้วิธีเดียวกัน

7. ถุงพลาสติกยืดอายุ ถ้าต้องการเก็บผลไม้ลูกเล็กที่เป็นพวง หรือช่อให้ได้นานๆ ควรเจาะรูที่ถุงให้ระบายอากาศได้ดีขึ้น

8. ปิดฝาเสมอ ทุกครั้งที่แช่น้ำไม่ว่าชิดใดในตู้เย็น ให้ปิดฝาไว้เสมอด้วยฝาปิด หรือใช้พลาสติกใสแร็ปไว้ เพื่อไม่ให้ไอน้ำระเหยขึ้นมาจนทำให้ตู้เย็นทำงานหนักเกินไป และอาจดูดกลิ่นตู้เย็นลงไปในน้ำนั้นด้วย

9. เก็บอาหารสำเร็จรูปที่บานประตู เพราะเป็นพื้นที่ที่อุณหภูมิไม่ค่อยคงที่จากการเปิด ปิด เหมาะกับการเก็บของที่ไม่เน่าเสียง่าย เช่น เครื่องปรุงรสที่บรรจุในขวด

10. ทำฉลาก หรือติดสติ๊กเกอร์ไว้ที่ของแต่ละชิ้น เพื่อแสดงวันที่ ที่เก็บ และระบุวันหมดอายุเพื่อเตือนความจำ (เมื่อหมดอายุให้นำออกจากตู้เย็น) จะช่วยให้ตู้เย็นไม่รกไปด้วยสิ่งที่ไม่ได้ใช้ หรือหมดสภาพไปแล้ว

11. ติดกระดาษโน้ตไว้หน้าประตูตู้เย็น เพื่อแสดงว่ามีอาหารประเภทไหนบ้างในช่องเก็บต่างๆ ช่วยย่นเวลาการค้นหา และทำให้บริหารวัตถุดิบได้ดีขึ้น ของที่เก็บไว้หลายวันต้องรีบใช้ก่อน เพื่อไม่เหลือทิ้ง หรือปล่อยให้เน่าเสีย

 

- เพียงเท่านี้ ตู้เย็นก็จะมีระเบียบมากขึ้น และการจัดเหล่าข้าวของให้เป็นระเบียบเช่นนี้ทำให้ลดโอกาสเสี่ยงต่อเชื้อโรค และแบคทีเรียด้วย 

- แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเก็บอาหารไว้เสียจนเต็มตู้เย็น มันจะทำให้การกระจายความเย็นไม่ค่อยเป็นประสิทธิภาพ และการดึงความร้อนออกจากอาหารจะเป็นไปได้ช้า อาจทำให้มีการเพิ่มขึ้นของเชื้อจุลินทรีย์ของอาหารต่อไปอีก และที่สำคัญที่สุด... น่าจะหาเวลาล้างทำความสะอาดตู้เย็นเสียหน่อย เพื่อสุขภาพที่ดี และครอบครัวที่รักด้วยจะดีมากเลย
 

 

 


ขอบคุณ

todayhealth, methodsandtrick

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป