ติดเชื้อ HIV ไม่ต้องกลัว!!

21 ก.พ. 2557 14:34 น. | เปิดอ่าน 5,010 | ความคิดเห็น 0

ผู้ที่ติดเชื้อ HIV ใหม่ ไม่ต้องกลัว!!

 

- คงเป็นข่าวร้ายสำหรับท่านผู้อ่านที่ผลเลือดทดสอบภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ HIV ให้ผลบวก แต่ไม่ใช่สิ้นหวังเหมือนสมัยก่อน ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถมีชีวิตยืนยาวเหมือนคนปกติ การที่ผลเลือดบวกจะเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้ท่านมีชีวิตที่ยืนยาว

 

- สำหรับท่านที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV (กลุ่มรักร่วมเพศ กลุ่มที่ฉีดยาเสพติดเข้าเส้น กลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์โดยที่ไม่ได้ป้องกัน) ท่านหากไม่รีบตรวจเลือดเสียตั้งแต่วันนี้ ต่อไปเมื่อโรคดำเนินมีการทำลายระบบภูมิคุ้มกันจนกระทั่งเกิดโรคเอดส์ เมื่อนั้นท่านก็ปิดใครไม่ได้ และยังสูญเสียโอกาสที่จะรักษาด้วย

 

- การรักษาการติดเชื้อ HIV ในปัจจุบันเหมือนกับการรักษาโรคเบาหวาน คือ เป็นโรคเรื้อรัง รักษาไม่หาย หากไม่รักษาจะมีโรคแทรกซ้อน หรือบางครั้งรักษาดีก็เกิดโรคแทรกซ้อนได้

 

- บทความนี้ จะเป็นแนวทางเรียนรู้ที่จะมีชีวิตกับโรคติดเชื้อ HIV ท่านจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับโรค HIV และปฏิบัติโดยเคร่งครัดจึงจะมีสุขภาพที่แข็งแรง ณ.ขณะนี้เมื่อท่านติดเชื้อ HIV ท่านจะติดเชื้อตลอดชีวิต การรักษาขณะนี้ก้าวหน้าไปมากสามารถคุมโรค HIV มิให้กลายเป็นโรค AIDS 

 

เมื่อผลเลือดท่านให้ผลบวกต่อเชื้อ HIV 

- แสดงว่าท่านได้รับเชื้อไวรัส HIV ในกระแสเลือดแล้ว การที่เลือดให้ผลบวกมิได้หมายความว่าท่านเป็นโรคเอดส์ ผู้ที่ได้รับเชื้อ HIV โดยทั่วไปใช้เวลา 8-10 ปี จึงจะกลายเป็นโรคเอดส์ เมื่อท่านมีเชื้อไวรัสในเลือดสิ่งที่ท่านต้องทำ คือ

1. ไม่แพร่เชื้อสู่ผู้อื่น เชื้อ HIV จะอยู่ในเลือด น้ำเหลือง น้ำนม น้ำหล่อลื่นของผู้ชายและผู้หญิง ท่านสามารถป้องการแพร่เชื้อโดย เมื่อท่านมีเชื้อ HIV, ท่านต้องป้องกันผู้อื่นได้รับเชื้อจากท่าน เช่น เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว คู่ที่มีเพศสัมพันธ์ ท่านต้องเรียนรู้การมีเพศสัมพันธ์ที่ลดการติดเชื้อ กิจกรรมทางเพศชนิดใดที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง กิจกรรมใดที่มีความเสี่ยงต่ำ ให้สวมถุงยางคุมกำเนิดเมื่อจะร่วมเพศทั้งทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือมีเพศสัมพันธ์ทางปาก

2. ไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น เนื่องจากท่านอาจจะแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นแล้ว ท่านอาจจะได้รับเชื้อตัวใหม่ทำให้อาการของท่านแย่ลง

3. การกอด หรือ การจูบ โดยที่ไม่มีแผล และการสัมผัสจะไม่แพร่เชื้อ

4. ไม่ใช่สิ่งของส่วนตัวร่วมกัน เช่น ไม่ใช้แปรงสีฟัน มีดโกนหนวด ที่ตัดเล็บร่วมกัน

5. อย่าเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมตัวเอง

6. ไม่บริจาคเลือดให้แก่ผู้อื่น

7. การใช้โถส้วม การใช้แก้วจานชามร่วมกัน ไม่ทำให้ติดเชื้อสู่ผู้อื่น 

 

- ในปัจจุบันมียาต้านไวรัส HIV ซึ่งสามารถชะลอการเกิดโรคเอดส์ ยาบางชนิดยับยังการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสทำให้ท่านมีสุขภาพสบายขึ้น

 

- ปรึกษาแพทย์ว่าท่านควรจะได้รับยาอะไร

 

- ท่านจะต้องเรียนรู้โรค HIV การรักษา ท่านต้องรู้จัก T-cells, ระบบภูมิคุ้มกัน(the immune system) และปริมาณเชื้อไวรัส ( viral load) เพื่อพิจารณาให้การรักษา

 

- เมื่อไรจะเริ่มรักษาเมื่อสมัยก่อน เมื่อเจอเลือดให้ผลบวกก็จะให้ยาหลายขนาน แต่ปัจจุบันการพิจารณาว่าจะเริ่มให้ยาเมื่อไรจะพิจารณาจากปริมาณ CD 4 และปริมาณเชื้อในเลือด (viral load or HIV PCR RNA or HIV bDNA) 

 

- การเลือกวิธีการรักษา เมื่อผลเลือดบ่งว่ายังไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยยา ท่านต้องเจาะเลือดทุก 3 เดือน เพื่อติดตามโรคโดยใกล้ชิด หากผลเลือดของท่านมีเซลล์ CD 4 ต่ำจำเป็นต้องรักษาขณะนี้มียา 14 ชนิด สำหรับรักษาโดยใช้ยาหลายชนิดรวมกัน (cocktail) เมื่อท่านตัดสินใจรักษาท่านต้องจำไว้ว่าต้องรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ มิฉะนั้นเชื้อจะดื้อยาซึ่งจะเป็นผลเสียต่อท่าน

 

- เรียนรู้ผลข้างเคียงของยา ยาแต่ละชนิดในแต่ละกลุ่มจะมีผลข้างเคียงของยาไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่มักจะเป็นระยะสั้นโดยมากไม่เกินสัปดาห์ แพทย์จะสอนวิธีจัดการกับผลข้างเคียงของยา ยาบางชนิดอาจจะมีผลข้างเคียงมาก และอันตรายท่านต้องเฝ้าติดตาม หากมีอาการผลข้างเคียงท่านต้องรีบปรึกษาแพทย์

 

- "โรคเอดส์" ก็เหมือนกับโรคทั่ว ๆ ไป คือ จะมีอาการเตือน ถ้าหากท่านมีอาการดังต่อไปนี้โปรดไปปรึกษาแพทย์เพื่อรักษา อาการดังกล่าวอาจจะไม่ใช่อาการของเอดส์ แต่จำเป็นต้องรักษา ดังนี้

1. มีก้อนที่คอ รักแร้ ขาหนีบ

2. เป็นฝ้าขาวในปาก หรือเกิดที่ลิ้น

3. เกิดรอยช้ำเขียวที่บริเวณผิวหนัง

4. มีอาการไข้ และท้องร่วง

5. น้ำหนักลด

6. มีอาการไอ และหายใจหอบ

7. เหงื่อออกช่วงกลางคืน

8. ปวดศีรษะอย่างรุนแรง

9. ตกขาวไม่หาย

 

วิธีการดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง

1. รับอาหารที่มีคุณภาพ ปรึกษาแพทย์ว่าอาหารที่ควรรับประทาน และไม่ควรรับประทาน

2. พักผ่อนให้เต็มที่

3. งดการดื่มสุรา และการสูบบุหรี่ เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้ท่านมีภูมิคุ้มกันที่แย่ลง

4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

5. ให้ทำจิตใจให้ผ่องใส

 

 

 

 


ขอบคุณ

หมอแอน

(แพทย์แผนไทย ธิติมา อุ้ยคำ บว., บภ.)

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป