"เมารถ-เรือ" อาการหรือคิดเอง

27 ก.พ. 2557 13:01 น. | เปิดอ่าน 817 | ความคิดเห็น 0

"เมารถ เมาเรือ" อาการหวาดวิตกที่สมองมโนไปเอง

 

- หลายคนต้องทนทรมานเวลานั่งรถ นั่งเรือ หรือบางคนแม้แต่ขึ้นลิฟท์ก็เวียนหัวพาลให้คลื่นไส้่ บางครั้งแค่เล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่เคลื่อนไหววูบ ๆ วาบ ๆ ก็เกิดความรู้สึกเหมือนจะเมารถได้เหมือนกัน  รู้กันไหมครับว่า อาการวิงเวียนที่เกิดขึ้นนี้ มีที่มาที่น่าสนใจ

 

- อาการ "เมารถ เมาเรือ" ฝรั่งเรียกว่า "motion sickness" หรือแปลง่าย ๆ ว่า ความรู้สึกแย่ ๆ ที่เกิดจากการเคลื่อนไหวนั่นแหละครับ แล้วทำไมเราถึงรู้สึกแย่ขึ้นมาได้

 

- เรื่องนี้มีที่มาที่ฟังแล้วอาจจะเหมือนไม่ค่อยเกี่ยวกัน ก่อนอื่นต้องทบทวนความกันสักนิดก่อนว่า ร่างกายของเรามีระบบรักษาการทรงตัวที่ค่อนข้างจะอ่อนไหว เพื่อป้องกัน และคอยรักษาสมดุลไม่ให้ล้มคว่ำคะมำหงายพาลให้บาดเจ็บ อีกทั้งเรายืนกันด้วยสองขา ถ้าล้มโค่นลงก็เสี่ยงที่สมองจะได้รับความกระทบกระเทือน ด้วยเหตุนี้ร่างกายของเราจึงมี "เซ็นเซอร์" คอยตรวจวัดอาการเลื่อนไหว และสมดุลร่างกายอยู่หลายตัว เช่น การรับรู้อาการเคลื่อนไหวของหูชั้นใน

 

- โดยเมื่อเราเคลื่อนที่ ก้ม เงย หรือเอียงตัว ของเหลวข้างในหูก็จะไหลไปมา ทำหน้าที่เหมือน ไจโร ในสมาร์ทโฟน หรือแทบเล็ตสมัยนี้ อีกทั้งเรายังรับรู้การเคลื่อนไหวผ่านการมองเห็นได้อีกทางหนึ่งด้วย จากนั้นสมองจะนำข้อมูลภาพและข้อมูลจากหูชั้นในมาประมวล ตีความเป็นอาการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น เพื่อสั่งให้ร่างการปรับท่าทางเพื่อรักษาสมดุลกันต่อไป

 

- สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเรานั่งรถ นั่งเรือ อยู่ในลิฟท์ หรือแม้แต่เล่นเกมคอมพิวเตอร์ก็คือ บางครั้งสมองของเราได้รับข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกัน เช่น ในกรณีนั่งรถนั่งเรือ หูชั้นในของเรารู้สึกถึงการเคลื่อนที่ แต่ภาพที่เรามองเห็นถูกผนังห้องโดยสารบดบัง หรือใครที่ชอบแชต หรืออ่านหนังสือบนรถ ภาพที่ส่งไปยังสมองก็จะไม่มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิวภายนอกรถที่เคลื่อนผ่านไป (เพราะมีแต่ภาพของโทรศัพท์ หรือหนังสือที่อ่าน) ในทางกลับกัน เวลาเราเล่นเกม ข้อมูลภาพที่ไปยังสมองจะมีแต่ภาพเคลื่อนไหว แต่ข้อมูลจากหูชั้นในไม่ได้บอกว่าเรากำลังเคลื่อนที่ ซึ่งสมองจะให้ความสำคัญกับข้อมูลภาพและข้อมูลจากหูชั้นในเท่า ๆ กัน เมื่อข้อมูลขัดแย้งกัน สมองสับสนไม่สามารถแปลความหมายจากข้อมูลเหล่านี้ได้ สมองก็เลือกที่จะไม่เชื่อข้อมูลไหนเลย แต่กลับจะตีความไปถึงอีกสิ่งหนึ่งที่คาดไม่ถึง "ประสาทหลอน"

 

- สมองของเราจะระแวงกับสิ่งหนึ่งมาก คือ "พิษในร่างกาย" ซึ่งโดยส่วนมากพิษในธรรมชาติจะมีฤทธิ์หลอนจิตประสาท เมื่อสมองตระหนกกับข้อมูลที่สับสนเกี่ยวกับการรับรู้ จึงส่งสัญญาญเตือนว่าโดนพิษหลอนประสาทเข้าแล้ว วิธีที่ร่างกายพยายามจะขับพิษนั้นออกไปก็จะมีอาการตรงกับเวลาเราเมารถเมาเรือเป๊ะ! นั่นคือ สมองสร้างความรู้สึกวิงเวียน เพื่อให้กระตุ้นกระเพาะอาหารบีบตัวขย้อนเอาสิ่งที่อยู่ในท้องออกมาเพราะพิษมักเข้าสู่ร่างการด้วยการกิน อีกทางก็คือเมื่อเราเมารถ เหงื่อกาฬจะแตกพลั่ก เป็นความพยายามขับพิษออกทางเหงื่อของร่างกายอีกเช่นกัน

 

- ทั้งนี้เรายังมีอาการมือเท้าเย็นร่วมด้วย เนื่องจากร่างกายเกิดความเครียด (ตกใจ ไม่สบายใจ กลัว) หลอดเลือดจะหดตัว ทำให้เลือดไปเลี้ยงปลายมือปลายเท้าได้น้อยลง (เรียกอาการนี้ว่า Raynaud's phenomenon)

 

- ดังนั้น จะสังเกตว่าเมื่อเราได้อาเจียนออกไปบ้างแล้ว อาการจะดีขึ้นชั่วขณะ ความวิงเวียนจะหายไป เพราะสมองของเราปิดสัญญาณเตือนภัยเพื่อเฝ้าสังเกตุอาการ "ประสาทหลอน" ที่ว่านี้ ถ้ายังมีอยู่แสดงว่าพิษยังไม่หมดก็ค่อยสั่งให้เกิดอาการ "เมา" นั้นขึ้นมาใหม่... เราก็จะโอ้ก... อ้าก... อยู่พักใหญ่ ๆ จนกว่าจะได้ลงจากรถจากเรือ หรือจนกว่าร่างกายจะชินกับข้อมูลที่สับสนนี้ไปเอง

 

 

 


ขอบคุณ

mcot.net (สำนักข่าวไทย)

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป