สมุนไพรแก้ "เบาหวาน"

4 มี.ค. 2557 12:18 น. | เปิดอ่าน 715 | ความคิดเห็น 0

 

สมุนไพรบำบัด และรักษาโรคเบาหวาน

 

1. เตยหอม (ทั้งใบ และร าก) กับ ใบของต้นสักทอง

- เตยหอมเอาทั้งใบและราก ล้างให้สะอาด ตัดส่วนของใบสักทอง และใบเตยหอมอย่างละเท่า ๆ กันเอามาคั่วให้เหลือง ส่วนรากเตยหอมไม่ต้องคั่ว แต่เอามาทุบให้แตก แล้วใส่ทั้ง 3 อย่างลงในหม้อต้ม ใช้น้ำยารับประทานแทนต่างน้ำทุกวัน ประมาณ 1 เดือน อาการก็จะดีขึ้น (หรือจะทำเป็นชาดื่มก็ได้) 

 

2. เห็ดหลินจือ รักษาเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด

- เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่นักวิทยาศาสตร์พบว่ามีสารสำคัญทางยาที่ลดน้ำตาลในเลือดได้คือ สาร ที่อยู่ในกลุ่มของ "โพลีแซ็กคาไรด์" ได้แก่ "กาโนเดอแรน" "เอ" "บี" และ "ซี" (Ganoderans A, B, C) ช่วยลดน้ำตาลในกระแสเลือด ทำให้มีการเพิ่มขึ้นของสารอินซูลินซึ่งเป็นสารที่ทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานให้แก่ร่างกาย ปัจจุบันได้มีการจดสิทธิบัตรสารสำคัญในเห็ดหลินจือ คือ "กาโนเดอแรน" "เอ" "บี" และ "ซี" (Ganoderans A, B, C) ทำเป็นยารักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีข้อบ่งชี้ใช้ลดน้ำตาลในเลือด

 

3. ใบอินทนินน้ำ

- 2 - 3 กำมือ นำมาล้างน้ำให้สะอาด ใส่หม้อเติมน้ำ ต้มให้สุก ทิ้งไว้ให้เย็นลง แล้วใช้น้ำยารับประทาน 

 

4. ต้นไมยราบ กับ ต้นครอบจักรวาล หรือต้นฟันจักรสี

- อย่างละเท่ากัน นำมาหั่นตากแดดให้แห้ง คั่วไฟให้เหลือง ชงกับน้ำร้อนเป็นน้ำชาดื่ม 

 

5. มะระขี้นก

- มะระขี้นกเป็นผักพื้นบ้านที่มีคุณประโยชน์แก่ร่างกายสูง ทั้งด้านคุณค่าทางอาหาร คือ พลังงาน  "คาร์โบไฮเดรต" "โปรตีน" "แคลเซียม" "ฟอสฟอรัส" "เหล็ก" "เส้นใย" "วิตามิน A, B1, B2, C" "ไนอาซีน" และ "ไทอามีน" นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ทางยา คือ ลดน้ำตาลในเลือด (แก้โรคเบาหวาน) รักษาโรคเอดส์ และต้านเชื้อ HIV ต้านมะเร็ง ใช้เป็นยาถ่าย แก้ไข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ มีรสขมช่วยให้เจริญอาหาร มีสาร "charantin" ช่วยลดน้ำตาลในเลือดสามารถบำบัดโรคเบาหวานได้ และ มะระยังมี "แคลเซียม" "ฟอสฟอรัส" "วิตามินซี" "ไนอาซีน" และ "เบต้าแคโรทีน" อยู่ในระดับสูง ผลอ่อนของมะระขี้นกให้วิตามินซี และเบต้าแคโรทีนสูง 

- มะระขี้นกลดน้ำตาลในเลือด รักษาโรคเบาหวาน ในการรับประทานมะระขี้นก ให้หั่นเนื้อมะระตากแห้งชงน้ำดื่ม ถ้าต้องการกลบรสขมให้เติมใบชาลงไปด้วยขณะที่ชง ดื่มต่างน้ำชา นอกจากนี้น้ำต้มผลมะระ สามารถลดการเกิด ต้อกระจก ซึ่งเป็นอาการข้างเคียงในคนที่เป็นโรคเบาหวานได้ 

- สิ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ การรับประทานเมล็ดซึ่งมีสารกลุ่ม "ไพริมิดีนนิวคลีโอไซด์" ที่ชื่อว่า "ไวซิน" (Vicine) อาจจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ เป็นไข้ ปวดท้อง และอาการโคม่าได้ ดังนั้น พึงระลึกว่าเมล็ดของมะระขี้นกอาจมีพิษ หากจะนำผลมะระขี้นกมาทำยารับประทานต้องแกะเมล็ดออกเสมอ 

 

6. อบเชย

- อบเชย มีสารที่สำคัญคือ "เมธิลไฮดรอกซี่ ซาลโคน โพลิเมอร์" (Methylhydroxy Chalcone Polymer หรือ MHCP) ซึ่งเป็นเป็นสารที่มีคุณสมบัติ และความสามารถในการทำงานคล้ายกับฮอร์โมนอินซูลิน คือ ช่วยเพิ่มความสามารถในกรสันดาปกลูโคสให้ได้มากขึ้น จึงมีผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง และจะไม่ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้ ถ้ามีการรับประทาน "อบเชย" อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ

- การใช้อบเชยควบคุระดับน้ำตาลในเลือดนั้น จะมีความปลอดภัยมากว่าการใช้ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด เพราะสามารถรับประทานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่เกิดผลข้างเคียงกับร่างกายแต่อย่างใด โดยภายใน 1 วันควรรับประทาน "อบเชย" อย่างน้อย 1 กรัม และให้รับประทานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ให้ผู้ป่วยทำการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยควบคู่ไปด้วยดูเรื่องอาหารให้ถูกหลักของโรคเบาหวาน อายุจะยืนยาวเหมือนคนปกติค่ะ

 

 

 

 


ขอบคุณ

หมอแอน

(แพทย์แผนไทย ธิติมา อุ้ยคำ บว., บภ.)

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป