ขจัด "กรรมเก่า" ด้วยความเพียรได้หรือไม่

29 ต.ค. 2557 15:43 น. | เปิดอ่าน 1,017 | ความคิดเห็น 0

 

- ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่เมืองเทวทหะ อันเป็นชุมชนชาวศากยะ พระองค์ได้ตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า มีนักบวชพวกหนึ่งมีความเชื่อถือว่า สุข ทุกข์ ที่คนเราที่ได้รับในปัจจุบันเป็นเพราะผลของกรรมเก่า ถ้าทำความเพียรแรงกล้ากำจัดกรรมเก่าเสีย และไม่ทำกรรมใหม่เพิ่มเราจะเป็นคน สิ้นกิเลส สิ้นกรรม สิ้นทุกข์ สิ้นเวทนา พบอิสรภาพโดยสมบูรณ์ 

 

- พระพุทธเจ้าได้เสด็จไปหาพวกนิครนถ์ คือ นักบวชเปลือย ตรัสถามว่า “ได้มีความเห็นเช่นนั้นจริงหรือไม่” ซึ่งพวกนิครนถ์ก็ได้กราบทูลว่า “มีความเห็นเช่นนั้นจริง” พระองค์จึงทรงตรัสถามว่า... “ทราบไหมว่าเคยเกิดมาในชาติก่อน เคยทำบาปอะไรไว้ในชาติก่อน กำจัดทุกข์ไปแล้วเท่าไร ยังเหลือเท่าไร ปัจจุบันความชั่วอะไรที่ท่านละ ความดีอะไรที่ท่านบำเพ็ญ” นิครนถ์กราบทูลว่า... “ไม่ทราบ” 

 

- พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า... “เมื่อพวกท่านไม่ทราบเลยว่าเคยเกิดมาหรือไม่ในอดีต เคยทำกรรมใดไว้ในอดีต ไม่ทราบว่ามีทุกข์อยู่เท่าไร ละได้เท่าไรแล้ว และยังเหลืออยู่เท่าไร และไม่ทราบแม้กระทั่งการละอกุศลและการสร้างกุศล จึงเป็นการไม่สมควรที่จะพูดเช่นนั้น” 

 

- พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบให้ฟังว่า.. คนถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษ ได้รับผ่าตัดทำแผลใส่ยารักษาจนหาย ภายหลังเขาจะบอกได้จากประสบการณ์ตรงอันนี้ว่า ความเจ็บปวดมีมากน้อยแค่ไหน ใช้เวลารักษานานเท่าไร และเมื่อรักษาหายแล้วจะมีความสุขมากน้อยแค่ไหน 

 

- ส่วนคนที่ไม่มีประสบการณ์ตรงจะไม่สามารถคิดและบอกเช่นนั้นได้ ซึ่งเปรียบเหมือนคนที่ไม่ทราบว่าเคยเกิดมาหรือไม่ ไม่ทราบว่าทำบาปอันใดไว้ ไม่ทราบว่ามีทุกข์อยู่เท่าไร ละไปแล้วเท่าไร ยังคงเหลืออยู่เท่าไร แล้วมากำหนดเอาเองว่า สุขทุกข์ในปัจจุบันเป็นเพราะกรรมเก่า ใช้ความเพียรกำจัดกรรมเก่าได้ ไม่ทำกรรมใหม่เพิ่มจะเป็นคนเสรี สิ้นกรรม สิ้นกิเลส สิ้นทุกข์ทั้งมวล

 

- พวกนิครนถ์กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า... ที่เชื่อเช่นนั้นเพราะมีศรัทธาในตัวและในคำพูดของศาสดา คือ นิครนถนาฏบุตร พระองค์จึงตรัสว่า... "ความเชื่อก็ดี ความชอบก็ดี การฟังต่อกันมาก็ดี การนึกเอาเองก็ดี การยึดถือด้วยทิฐิอย่างมั่นคงก็ดี มีผลเป็นสองประการ" แล้วพระองค์ก็ทรงชี้ให้เห็นว่า ความทุกข์ร้อนจะเกิดขึ้นตอนบำเพ็ญเพียรแรงกล้าเท่านั้น ถ้าไม่บำเพ็ญเพียรแรงกล้าทุกข์ก็จะไม่เกิดขึ้น 

 

- พระพุทธเจ้าได้ตรัสกับพวกนิครนถ์ในลักษณะ ถาม - ตอบ เป็นเรื่อง ๆ ไป เพื่อให้เป็นที่ทราบชัดว่า เราบังคับกรรมไม่ได้ คือ 

  • จะเปลี่ยนแปลงหรือสับเปลี่ยนให้ผลของกรรมก็ ไม่ได้ 
  • จะเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขให้ผลของกรรมก็ ไม่ได้ 
  • จะชะลอกาลเวลาให้ผลของกรรมก็ ไม่ได้
  • จะลดหย่อนผลของกรรมก็ ไม่ได้ 
  • จะบีบบังคับกรรมมิให้ให้ผลก็ ไม่ได้ 

- ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นด้วยความเพียรความพยายามแรงกล้าปานใดก็ตาม (แม้ในสมัยพระพุทธองค์ พระพุทธองค์ก็ทรงต้องรับชดใช้กรรมเก่าเช่นกัน สาวกของพระองค์ก็ทรงต้องรับชดใช้กรรมเก่าเช่นกัน หนีกรรมไม่ได้) 

 

ผลของความเพียร 

พระพุทธเจ้าตรัสว่า... "เมื่อบำเพ็ญเพียรแรงกล้าเข้มข้นขึ้น ย่อมได้รับผลดังนี้"

  • กำจัดเหตุแห่งทุกข์ได้ 
  • ธรรมฝ่ายดีเจริญงอกงาม 
  • ได้บรรลุญาณพิเศษ มีระลึกชาติได้
    • เป็นต้น 

 

*******************************************************

 

เทวทหสูตร 

  1. ที่พระพุทธเจ้าว่าพวกนิครนถ์ ว่าแล้วมากำหนดเอาเองว่า สุข-ทุกข์ในปัจจุบันเป็นเพราะกรรมเก่า (ใจทำให้เกิดความทุกข์หรือสุข มิใช่เพราะกรรมเก่า) 
  2. ที่พระพุทธเจ้าว่าพวกนิครนถ์ ว่าแล้วมากำหนดเอาเองว่า ใช้ความเพียรกำจัดกรรมเก่าได้ (อ่านได้จากผลของความเพียรทั้ง 3 ข้อ) 
  3. ที่พระพุทธเจ้าว่าพวกนิครนถ์ ว่าแล้วมากำหนดเอาเองว่า ไม่ทำกรรมใหม่เพิ่มจะเป็นคนเสรี สิ้นกรรม สิ้นกิเลส สิ้นทุกข์ทั้งมวล (ไม่ทำกรรมใหม่ก็จริง แต่ไม่ได้ปฏิบัติธรรมเพื่อการพ้นทุกข์ จะเป็นคนเสรี สิ้นกรรม สิ้นกิเลส สิ้นทุกข์ทั้งมวล ย่อมเป็นไปไม่ได้)

 

 

 

 


พระไตรปิฏกฉบับประชาชน

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป