ระวัง! เครียดลงกระเพาะ

9 ก.ค. 2557 13:08 น. | เปิดอ่าน 10,070 | ความคิดเห็น 0

 

- อาการเตือนที่ส่อสัญญาณว่า "กำลังเครียด" นั่นคือ เบื่ออาหาร กินไม่ได้ หรือกินมากเกินไป มึนงง หงุดหงิดรำคาญใจ อยากอยู่คนเดียว หนักหนาสาหัสอาจถึงขั้นนอนไม่หลับ สุขภาพทรุดโทรม และกลายเป็นโรคประสาทไปได้ในที่สุด เพราะเวลาเครียด ฮอร์โมนในร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไป หัวใจจะเต้นแรง เร็ว แต่ไม่เป็นจังหวะ เส้นเลือดบีบตัว ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ส่วนกระเพาะอาหารก็จะหลั่งน้ำย่อยออกมามากกว่าที่ควรจะเป็น ลำไส้บีบตัวอย่างรุนแรง ทำให้ส่งผลกระทบถึงระบบทางเดินอาหารด้วย

- ความเครียด ยังส่งผลกระทบถึงระบบทางเดินอาหารที่เรียกกันว่า “เครียดลงกระเพาะ” อาการของโรคเครียดลงกระเพาะ ของแต่ละคนอาจแตกต่างกันออกไป ดังนี้ จะมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ปวดท้องบ่อย ๆ หิวก็ปวด อิ่มก็ปวด จุกเสียดแน่นท้อง และเกิดแผลในกระเพาะอาหารในที่สุด 

- สาเหตุก็เป็นเพราะความเครียดจะกระตุ้นให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนจากต่อมหมวกไตมากกว่าปกติ ทำให้ร่างกายตื่นตัวตลอดเวลา และทำให้กรดในกระเพาะหลั่งมากขึ้นกว่าเดิมจนเป็นอาการ ดังที่กล่าวมา บางคนอาจถ่ายอุจจาระมากกว่าวันละ 3 ครั้ง หรือถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ต้องเบ่งถ่าย หรือกลั้นไม่อยู่ หรือรู้สึกว่าถ่ายไม่สุด หรือมีอาการปวดบริเวณลิ้นปี่ มีอาการท้องอืด หรือรู้สึกว่ามีลมในกระเพาะมาก คลื่นไส้อาเจียนหลังอาหาร ถึงแม้ว่าอาการดังกล่าวจะไม่ได้ส่งผลให้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่อาการเครียดลงกระเพาะก็ส่งผลให้ ประสิทธิภาพในการทำงานหรือของคนเราลดลงเป็นอย่างมาก

 

อาการสำคัญของโรค

  • รู้สึกปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ มักปวดเวลาท้องว่าง และอาการปวดเหล่านี้จะลดลงหรือหายไป เมื่อเรารับประทานอาหาร
  • มีอาการปวดหลัง หลังจากรับประทานอาหารไปแล้ว 2-3 ชั่วโมง จะมีอาการปวดหลังช่วงเวลาดังกล่าว เป็นเวลาที่กระเพาะอาหารของเราเริ่มย่อยอาหาร
  • รู้สึกแน่นท้อง ท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว อาจเกิดจากการรีบกินอาหาร การกลืนอาหารเร็วเกินไป รวมไปถึงการดื่มน้ำมากขณะกินอาหาร ซึ่งส่งผลให้กระบวนการย่อยอาหารในกระเพาะแปรปรวน
  • รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน จุกเสียดหน้าอก มักจะเกิดจากอาหารที่รับประทานเข้าไปไม่ย่อย

หากมีอาการปวดท้องรุนแรง ชนิดที่ว่าหายใจแรงก็ปวด ถ่ายท้อง อาเจียนหรืออุจาระออกมาเป็นเลือด และมีสีดำตลอดเวลา ให้รู้ไว้เลยว่า อาการอยู่ในขั้นอันตราย ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาเป็นการด่วน หากช้าเกินไป อาจเกิดอาการกระเพาะอาหารทะลุ หรือเลือดออกทางเดินอาหารได้

ส่วนวิธีปฏิบัติตัวสำหรับคนที่มีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ หรือเป็นแผลในกระเพาะอาหารอันเกิดจากความเครียด คือ รับประทานอาหารไม่ให้อิ่มจนเกินไป ควรเลือกอาหารที่ย่อยง่าย รสไม่จัด และรับประทานอาหารให้เป็นเวลา ทานอาหารครบสามมื้อ อาจมีรัหว่างมื้อ ทานน้อย ย่อยง่าย แต่บ่อยครั้ง 

 

 

วิธีการรักษาโรคเครียดลงกระเพาะ

วิธีการรักษาโรคนี้จะต้องแก้ที่ต้นเหตุ ด้วยการคลายความเครียดด้วยวิธีการ ดังนี้

1. เรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน

- ถ้าความเครียดของเราเกิดจากเกิดจากการหมกมุ่นอยู่กับเหตุการณ์ในอดีต หรือมัวแต่คิดถึงเหตุการณ์ในอนาคตที่ยังมาไม่ถึงแล้วล่ะก็ การหมั่นดึงจิตใจให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ยอมรับความจริง และคิดหาทางแก้ปัญหาอย่างรอบคอบ และมีสติ จะช่วยลดความเครียดได้เป็นอย่างดี

2. หัดระบายความรู้สึกออกมาบ้าง

- การได้เล่าความเครียดให้คนอื่นฟัง หรือ จดลงในบันทึกส่วนตัวเป็นอีกวิธีง่าย ๆ ที่จะเอาความเครียดออกไปจากตัวของเรา

3. การออกกำลังกาย

- เพราะทุกครั้งที่ออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งสารเอนโดฟิน ออกมาทำให้เรารู้สึก สบายใจ ลดความวิตกกังวลลง

4. ปรับเปลี่ยนเวลา

- ลองตื่นแต่เช้า แล้วลงไปเดินเล่นสวนสาธารณะ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด เป็นการเพิ่มพลังให้กับตัวเอง จะทำให้เราพร้อมที่จะแก้ทุกปัญหาที่จะเข้ามา โดยที่ไม่มีความเครียดมารบกวนได้

5. หัดปล่อยวาง

- ถ้าเจอปัญหาที่หาทางออกไม่ได้จริง ๆ วิธีที่ดีที่สุดคือ วางมันลงไว้ก่อน แล้วถอยหลังออกมาตั้งหลัก สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ผ่อนคลาย เมื่อเราพร้อมค่อยกลับมาดูอีกครั้ง บางทีในครั้งหลังอาจจะพบทางออกก็ได้ อย่าปล่อยให้ความเครียดอยู่กับเรานานเกินไป

 

 

 

 

 


ขอบคุณ

หมอแอน

(แพทย์แผนไทย ธิติมา อุ้ยคำ บว., บภ.)

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏอยู่นี้ เกิดจากการแสดงความคิดเห็นและถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง STARCLIPNEWS.com มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อทราบในการดำเนินการต่อไป